
"มาร์ค"ชี้ผบ.ตร.ใหม่สังคมรับ-ทำงานได้
นายกฯ"อภิสิทธิ์" แจงคูณสมบัติ"ผบ.ตร."คนใหม่ สังคมต้องยอมรับ สามารถทำงานได้ ยัน พรุ่งนี้ได้คำตอบ หลังเรียกแคนดิเดตทุกคนเข้าแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนเสนอชื่อเข้าที่ประชุม ก.ต.ช.พรุ่งนี้ (20ส.ค.)
(19ส.ค.) ที่ทำเนียบ เวลา 12.35 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่เรียก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. เข้าพบว่า อยากฟังความเห็นเรื่องผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งขอความเห็นจากหลายคน และรับฟังข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนแคนดิเดตผบ.ตร.คนใหม่ มีอยู่หลายคน แต่ต้องดูความเหมาะสมและคิดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) วันพรุ่งนี้(19ส.ค.) จะได้คำตอบ เพราะนายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการเสนอผบ.ตร.คนใหม่ โดยให้ก.ตช.รับรอง ส่วนคุณสมบัติต้องทำงานได้ สังคมยอมรับ เพราะภารกิจมันมีมาก
ก่อนหน้านั้น เวลา 07.25 น.วันเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับออกไป โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ส.ค.) นายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หรือเทียบเท่าที่เป็นแคนดิเดต ผบ.ตร.ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุกคนไล่จาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามพงษ์ รองผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา สบ.10 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์การทำงาน และให้ข้อมูลกับนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท ที่จะเกษียณอายุราชการเดือนก.ย.นี้
โดย พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. และนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นพี่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.20 น.วันนี้
พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐปัดไม่ได้พบนายกฯ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เมื่อเวลา 14.30น. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าทำงานที่ตร. โดยผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการแสดงวิสัยทัศน์ต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชิงตำแหน่งผบ.ตร.คนต่อไป ซึ่งพล.ต.อ.ปทีป ปฏิเสธว่า “ไม่ได้ไปครับ”
จ่อเรียก“พัชรวาท”ให้ข้อมูลซื้อขายตำแหน่งศุกร์นี้
เมื่อเวลา 14.30น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิในฐานะโฆษกอนุก.ตร.ชุดพิเศษสืบสวนการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุฯร่วม 4 ชั่วโมง ว่า วันนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่ ซึ่งในวันที่ 21สิงหาคม จะเรียก พ.ต.ท.วีระ ชื่นกลิ่นธูป รองผกก.ป.สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สังกัดบช.ภ.7 ที่ร้องเรียนอยู่และยินดีจะมาให้การ ขณะที่จะเชิญพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มาให้ข้อมูลซึ่งสอบหลายประเด็น แต่ผบ.ตร.ยังไม่รับปากว่าจะมา
พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ขณะเดียวกันจะเชิญสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บช.ภ.2-3 มาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่นายศิริโชคให้มาส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายก็จะพยายามเรียกมาสอบ เช่นกลุ่มที่อยู่ดีๆก็ถูกย้ายออกไป มีการมาเรียกเงินแล้วไม่จ่ายหรือไม่ จะเรียกมาสอบถามกัน ซึ่งพบว่าการแต่งตั้งปี 2551 มีการร้องเรียนเยอะมาก กรณีโดนโยกย้ายอย่างรู้ที่มา
“ข้อมูลที่ได้ในวันนี้จะมีประโยชน์เกี่ยวกับการแต่งตั้งเมื่อปี 2551 ที่การร้องเรียนเข้ามา ส่วนการแต่งตั้งปี 2552 นั้นต้องรอดูบัญชีที่นำเข้าพิจารณาในช่วงแต่งตั้ง ที่เป็นอำนาจของผบ.ตร. เพราะฉะนั้นการพิจารณาต้องอยู่ที่บัญชีว่ามีเหตุผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และความเห็นที่กองบัญชาการเสนอมาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เรามีแต่บัญชีที่บช.เสนอ แต่ยังไม่ทราบว่ามีเด็กเส้นเด็กฝากหรือไม่ ก็ต้องรอบัญชีแต่งตั้งระดับรองผบก.ที่ตร.ทำมาเปรียบ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นต้องรอให้มีการพิจารณาก่อนแล้วจะเห็นว่าบัญชีแตกต่างกันตรงไหนอย่างไร มีเหตุมีผลหรือไม่”พล.ต.อ.นพดล กล่าว
เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้จากการสอบครั้งนี้พบการซื้อขายตำแหน่งหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ยังไม่ดูถึงขนาดนั้น ข้อมูลยังไม่ถึง มีแต่เพียงว่าปี 2552 มีการเสนอบัญชีมาในแต่ละบช.มีการประชุมพิจารณาของรองผบช.ในรูปแบบคณะกรรมการบางบช.เรียกรองผบก.ขึ้นมาให้ข้อมูล เพื่อร่วมกันพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม ควรได้เลื่อนตำแหน่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับอำนาจของตร.ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งและบช.ก็ยังไม่มั่นใจว่าบัญชีที่เสนอมานั้น เมื่อผ่านระดับตร.แล้วจะเป็นไปตามเสนอมาหรือไม่ เพราะว่าต้องมีการเกลี่ยตำแหน่งจากตำแหน่งประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชาลงไปอีกจำนวนมาก หากการเกลี่ยมีเหตุมีผล มีหลักการก็ไม่น่ามีปัญหา
“ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งจะสรุปได้ต้องมีพยานหลักฐานด้วย ต้องมีคนมาให้การ แต่ที่แน่ๆวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสปรับระบบการแต่งตั้งที่ถูกร้องเรียนกันมากให้เข้ารูปเข้าร่างให้คนที่อาวุโส ที่ทำงานดีได้รับความเป็นธรรม”พล.ต.อ.นพดล กล่าว
เมื่อถามว่ามีตำรวจบางรายที่ไม่กล้ามาร้องเรียนเพราะเป็นผู้ให้ และมีผู้รับซึ่งผิดกฎหมาย พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ก็มีปัญหาตรงนั้นแต่อาจใช้วิธีการชี้เบาะแสทำให้ทราบเส้นทางได้



