ข่าว

เกษตรกรที่ดินพระราชทานยึดหลักศก.พอเพียง

เกษตรกรที่ดินพระราชทานยึดหลักศก.พอเพียง

19 พ.ย. 2559

"เลขาฯส.ป.ก.ตรวจเยี่ยมเกษตรกรยึกศก.พอเพียงในที่ดินพระราชทาน น้อมรำลึกพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้เกษตรกรเข้าทำกิน 4 หมื่นกว่าไร่ 5 จังหวัด

 

          19 พ.ย. --  นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมเกษตรกรทำกินในที่ดินพระราชทานในเขตปฎิรูป  11,165 ไร่ จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งมีที่ดินราชพัสดุ 1 พันกว่าไร่ ส.ป.ก.จัดซื้อเอกชนมาให้เกษตรกรเช่า 20,000 ไร่ และที่ดินบริจาก กว่า300 ไร่ ซึ่งมีเกษตรกร 9 ราย ที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จำนวน91 ไร่ เป็นโฉนดที่ดินหมายเลข 1 ของประเทศไทย มาร่วมต้อนรับด้วย

           นายสมปอง กล่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักมาต่อเนื่องได้เสด็จไปเห็นเกษตรกรหลายพื้นที่ พบว่าการทำกินยากลำบาก ถูกเอารัดเอาเปรียบการเช่าที่ดินเป็นปัญหายาวนาน พระองค์ได้ออกแบบ ตั้งศูนย์ปฎิรูปที่ดิน 6 แห่งเป็นต้นแบบ เพื่อบูรณาการใช้ประโยชน์บนที่ดินเหมาะสม เป็นไปตามเจตนารมย์การปฎิรูปที่ดิน ซึ่งพระองค์ได้ทำมาก่อน พอมาปี2518 มีกฎหมายปฎิรูปที่ดิน ออกมาจากสานต่อที่พระองค์ทรงมองกาลไกลในการแก้ปัญหาขาดแคลนที่ดินเกษตร จึงทรงพระราชทานที่ดิน 43,902 ไร่ ใน 5 จังหวัดเช่น พระนครศรีอยุธยา 11,165 ไร่ นครนายก 3,543 ไร่ ปทุมธานี 13,768 ไร่ ฉะเชิงเทรา 14,417 ไร่ และนครปฐม  1,009 ไร่ มาให้ส.ป.ก. จัดดำเนินการให้เกษตรกรเช่าทำกินให้เกิดความยั่งยืน สุดท้ายพระองค์ ทรงให้เกษตรกรใช้ที่ดินพระราชทาน ชั่วลูกชั่วหลาน อย่างมีความพอเพียง มีความสุข อาจไม่ร่ำรวย  สร้างภูมิคุ้มกันได้ เป็นไปตามพระบรมราโชบาย เมื่อเกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ ก็มาร่วมตัวกันเป็นกลุ่มตั้งสหกรณ์ ขอให้ยึดหลักสหกรณ์ตามเจตนารมย์ของพระองค์ ทำเพื่อการส่งเสริมสมาชิก อย่าไปยึดติดกับธุรกิจ และไปทำธุรกิจที่สมาชิกไม่รับรู้ นำไปสู่ความล้มสลายของสหกรณ์ ขอให้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเกิดประโยชน์สูงสุดในที่ดิน

          นายสมปอง ได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกร “เมื่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวง เลขาธิการสํานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพื่อ เกษตรกรรมที่ได้เข้าเฝ้าในวันที่ 22 พ.ย. 2518 พระองค์ได้ทรงพระราชทานข้อวิจารณ์และคําแนะนําแนวทางการ ดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหลายประการที่เป็นประโยชน์กับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามแนวทางที่ได้ทรงพระราชทานตลอดมา ซึ่งพระองค์ทรงรับสั่งว่า

            "ให้เกษตรกรผู้เช่าท่ีดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่เดิมได้ทํากินในที่นั้นต่อไปชั่วลูกหลาน ตราบที่ยังยึดถืออาชีพเกษตรกรรมอยู่ แต่จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น โดยรัฐจัดที่ดิน พัฒนาที่ดิน ให้สอดคล้องกับ สภาพเดิมของท้องถิ่น และ รวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งสหกรณ์" ซึ่งพระบรมราโชบายดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดถึงพระราชประสงค์ท่ีจะคุ้มครองท่ีดินเพื่อเกษตรกรรมให้เป็น สมบัติของลูกหลานที่สืบทอดอาชีพเกษตรกรตลอดไป โดยให้มีการจัดการให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์เพื่อดําเนินประโยชน์ให้แก่สมาชิกได้กว้างขวาง พระราโชบายนี้เป็นเสมือนแสงสว่างนําทางการปฏิรูปที่ดิน โดยดําเนินการปฏิรูปที่ดินในผืนดินพระราชทานทั้ง 5 จังหวัด ส.ป.ก. ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนา เส้นทางคมนาคม ชลประทาน และที่สําคัญคือการพัฒนาเกษตรกรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงองค์ความร การเข้า ถึงระบบตลาด และ การเข้าถึงแหล่งทุน"นายสมปอง กล่าว

           เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่าปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปท่ีดินพระราชทาน 3,264 ราย ส.ป.ก.ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม นําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ดําเนินตามรอยพระยุคลบาท ได้จัดต้ังนิคมเศรษฐกิจพอเพียงในเขตปฏิรูปที่ดิน จัดต้ังศูนย์จัดการท่ีดินพระราชทานขึ้น และที่เรากําลังจะเดินหน้าต่อไป คือการสร้างเครือข่ายเกษตรกร สร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สร้างเครือข่ายสหกรณ์ในผืนดินพระราชทานให้เข้มแข็งมาก ยิ่งข้ึน เพื่อให้เกษตรกรได้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน ให้สมกับที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

     

เลขาธิการส.ป.ก. กล่าวว่าพร้อมกับได้ขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปท่ีดิน พระราชทาน สืบสานพระปณิธานแผ่นดินพ่อ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทํากิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความ ช่วยเหลือด้านองค์ความรู้และเข้าถึงโอกาสทางเลือกในการเปลี่ยนอาชีพควบคู่กับการสนับสนุนการตลาด และ ปัจจัยพื้นฐาน จะช่วยทําให้เกษตรกรในเขตที่ดินพระราชทาน มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะพึ่งตนเองตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้คงอยู่กับเกษตรกรตลอดไป ตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อผู้ให้ผืนดินทํากิน 

           ทันทีที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้บังคับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชได้ พระราชทานท่ีดินของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ 8 จังหวัด จํานวน 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ให้กับ สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต่อมาสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้กันเนื้อที่บางส่วนออกเนื่องจาก ที่ดินไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตรและมีภาระผูกพันกับหน่วยงานราชการอื่นจึงคงเหลือพื้นที่ให้ดําเนินการปฏิรูปที่ดินได้ 43,902 ไร่ 

               ด้านนายสนอง เทียรบูชา เกษตรกรในเขตที่ดินพระราชทาน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่ารู้สึกภาคภูมิใจที่ทำกินในที่ดินของพ่อหลวงทรงพระราชทานให้กับครอบครัวตน 10 ไร่  เช่าทำกิน 900 บาท ต่อปี ปัจจุบันนี้ยังทำนา และร่วมกลุ่มเกษตรกร ปลูกข้าวปลอดสารเคมี ไว้กินด้วย ทำให้มีสุขภาพดี และตั้งโรงสีชุมชน สีข้าวใส่ถุงขายให้กับสถานที่ราชการต่างๆ ในจังหวัดมีรายได้ กว่า 1-2 หมื่นบาทต่อเดือน ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้อย่างดีตามหลักปรัชาญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวง