
ขอตั้งธุรกิจใหม่เดือนต.ค.“ก่อสร้าง”มาแรง
ยอดจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่เดือนตุลาคมลดลง 3% ไม่ห่วงยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย เผยธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไปขอจัดตั้งสูงสุด พาณิชย์มั่นใจปีนี้ทะลุ 6 หมื่นรายแน่นอน
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม 2559 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 5,092 ราย ลดลง 139 ราย หรือลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ 5,000 รายต่อเดือน ส่งผลให้ในระยะ 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) มียอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่รวม 54,079 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,689 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนมูลค่าทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ในเดือนตุลาคมมียอดรวม 14,720 ล้านบาท
สำหรับประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 2.ธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องประดับ 3.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 4.ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ และ 5.ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร
ขณะที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกเดือนตุลาคม 2559 มีจำนวน 1,588 ราย ลดลงร้อยละ 27 หรือลดลง 599 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน ส่งผลให้ในระยะ 10 เดือนของปีนี้ รวม 13,423 ราย ลดลงร้อยละ 4 หรือลดลง 626 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา มีห้างหุ้นส่วน บริษัทจดทะเบียนจัดตั้ง อยู่ทั้งประเทศ จำนวน 1,350,101 ราย
“มั่นใจว่า ปีนี้ จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลสูงเกิน 60,000 รายแน่นอน ตามมาตรการส่งเสริมภาครัฐ และการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการฟื้นตัวของภาคการส่งออก จะเป็นปัจจัยที่ทำให้การจดทะเบียนจัดตั้งเพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนที่เหลือ แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์การปรับลงของราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว และ ข้าวโพด ในรอบหลายปี จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ และมีผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ”
ส่วนในปีหน้า ยังคงตั้งเป้าหมาย การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เฉลี่ย 60,000 - 65,000 รายใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งจะมีร้านทอง และร้านขายยา เริ่มเข้ามาจดทะเบียนกันมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาล ได้ผลักดันให้เข้ามาสู่ระบบนิติบุคคล จากเดิมเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อให้สามารถเข้าถึงนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐ และให้ง่ายแก่ตรวจสอบได้ จากปัจจุบัน มีร้านทอง ประมาณ 7,000 ราย เข้าสู่ระบบนิติบุคคลแล้วร้อยละ 40 ส่วนร้านขายยา มีอยู่ประมาณ 4,200 รายไม่รวมรายย่อย ซึ่งยังใช้มาตรการขอความร่วมมืออยู่



