หมายเรียกพ่อเลี้ยงโหดตื้บหนูน้อย5ขวบ
แม่สุดช้ำใจแจ้งความดำเนินคดีสามีใหม่ ทั้งที่ก็มีลูกด้วยกันอีก 1 คน
กรณีสังคมออนไลน์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์พ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาลวัย 5 ขวบ อย่างไร้ความปราณี ที่บริเวณลานจอดรถโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.พิษณุโลก โดยภาพในคลิปวิดีโอ เป็นเหตุการณ์ช่วงเย็นวันที่ 15 พฤศจิกายน ขณะชายคนหนึ่งซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กชายที่ถูกทำร้าย กำลังนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ขณะที่ลูกเลี้ยงยืนถือหนังสืออยู่ใกล้ ๆ สักพักพ่อเลี้ยงได้ใช้มือตบเข้าที่ศีรษะของเด็กอย่างแรงจนล้มลงและใช้เท้ากระทืบซ้ำอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ผู้เห็นเหตุการณ์จะเข้าไปห้ามปราม และทราบว่าสาเหตุที่พ่อเลี้ยงรายนี้ลงมือทำร้ายเด็กเพียงเพราะโมโหที่เด็กนับเลข 1-10 ไม่ได้เท่านั้น
ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายนนายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย นายสุเวคี ศรีวันทนาสกุล นักจิตวิทยา บ้านพักเด็กและเยาวชนและครอบครัวจ.พิษณุโลก ได้เดินทางมาที่บ้านของเด็กชายเหยื่อความรุนแรงที่ ต.ท่าทอง อ.เมืองจ.พิษณุโลก พบกับ น.ส.เอ๋(นามสมมุติ) แม่ของเด็ก เพื่อสอบถามเหตุการณ์และประเมินความเครียดของครอบครัว และพบว่าสภาพของเด็กแข็งแรงดี มีเพียงร่องรอยได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกเล็กน้อยที่หัวเข่า และมีอาการเจ็บที่ศีรษะ ขณะที่ผู้เป็นแม่มีอาการเครียดมาก กังวลว่าสามีใหม่ที่เป็นพ่อเลี้ยงลูกชายจะย้อนกลับมาทำร้ายลูกอีก
น.ส.เอ๋ กล่าวว่า หนูน้อยผู้น่าสงสารเป็นลูกที่เกิดกับสามีคนแรก แต่เลิกกันไปเมื่อลูกอายุได้ 7 เดือน หลังจากนั้นก็ได้คบหากับสามีวัย 28 ปี คนปัจจุบันเป็นเวลา 4 ปีแล้ว และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน อายุ 2 ขวบ โดยสามีประกอบอาชีพค้าขาย ที่บ้านพักของตนที่ ต.ท่าทอง
น.ส.เอ๋ กล่าวว่า ลูกชายคนที่ถูกทำร้ายมีความผิดปกติทางร่างกาย เป็นเด็กพัฒนาการช้าพูดคุยโต้ตอบช้า ต้องรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยทุกเช้าตนมีหน้าที่ไปส่งลูกที่โรงเรียน ส่วนหลังเลิกเรียนสามีจะไปรับกลับบ้านทุกวัน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรง อยู่ที่บ้านก็ไม่เคยเห็นทำร้ายลูกมีบ้างที่อารมณ์เสียใส่ แต่ไม่รุนแรง
“วันนั้น หลังจากแฟนไปรับลูกกลับมาบ้านแล้ว ก็ออกจากบ้านไปเลย ไม่นอนที่บ้าน ก็ไม่ทราบว่าลูกชายถูกทำร้าย และกลับมาอีกครั้งตอนเช้า(16พ.ย.)ก็มาเก็บของ และหายออกจากบ้านไปเลย คิดว่าคงจะกลัวความผิด หนีไปอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ หนูมาเห็นคลิปทำร้ายลูกตอนเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน รู้สึกรับไม่ได้ และได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองพิษณุโลกทันที ยืนยันว่า จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด”น.ส.เอ๋ กล่าว
ด้านนายธานินทร์ กล่าวว่า จะพาเด็กที่ถูกทำร้ายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และจะให้ความช่วยเหลือและให้ความคุ้มครองครอบครัวอย่างเต็มที่ รวมถึงเรื่องการรักษาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กพ.ศ. 2546และพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ต้องดำเนินคดี และตัวแม่เด็กเองก็มีความประสงค์จะดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงจนถึงที่สุด
จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันนายธานินทร์ พร้อมด้วยและนายสุเวคี ได้พา น.ส.เอ๋ และลูกชายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก โดยมี พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าร่วมสอบปากคำด้วย
พ.ต.อ.ทรงพล กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังออกหมายเรียกพ่อเลี้ยงมาพบเพื่อสอบปากคำ หากขัดขืนไม่มาพบก็จะต้องขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปหาข่าวแหล่งหลบซ่อนตัวของผู้กระทำความผิดแล้ว



