
กกท.กดปุ่มไฟเขียวตั้งสำนักงานโด๊ป
บอร์ดกกท.ไฟเขียว เพิ่ม “สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา” ในโครงสร้างของ กกท. ด้านการประเมินผลงาน “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.ได้ 94.85 คะแนน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559
ที่ประชุมให้ความเห็นชอบทบทวนแผนยุทธศาสตร์ กกท. พ.ศ. 2560–2564 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560–2564) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกกท. ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและต่อยอดเพื่อความสำเร็จในระดับอาชีพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา และยุทธศาสตร์ที่ 6 การยกระดับการบริหารจัดการด้านการกีฬาให้มีประสิทธิภาพ และให้สอดคล้องกับแนวทางของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และให้เป็นไปตามตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
จากนั้น ที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงานของกกท. โดยเพิ่ม “สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา” ในโครงสร้างของ กกท. (จากเดิม 12 ฝ่าย เพิ่ม 1 ฝ่าย รวมเป็น 13 ฝ่าย) ประกอบด้วย 2 กอง 4 งาน ได้แก่ 1.กองควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา (งานตรวจสารต้องห้าม และงานนิติการสารต้องห้ามทางการกีฬา) 2.กองบริหารสารต้องห้ามทางการกีฬา (งานเลขานุการสารต้องห้ามทางการกีฬา และงานวิชาการสารต้องห้ามทางการกีฬา) ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 มาตรา 18 ให้จัดตั้งสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาเป็นหน่วยงาน (ระดับ 9) ภายใน กกท. ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ กกท. นำแผนงานวิทยาศาสตร์การกีฬาในโครงการ “โรด ทู โตเกียว” พัฒนานักกีฬาสู่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 เสนอในการประชุมครั้งต่อไปด้วย
สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ประจำปี 2559 (1 เม.ย.–30 ก.ย.59) โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งคณะอนุกรรมการได้พิจารณาข้อมูลผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ กกท. ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ รวมทั้งใช้ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ กกท. พิจารณาประกอบการประเมินตามองค์ประกอบ 4 ส่วน สรุปผลการประเมินได้ดังนี้ 1.ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน รวม 18.08 คะแนน 2.ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวม 19.44 คะแนน 3.การกำกับดูแลที่ดี รวม 27.99 คะแนน และ 4.การบริหารและพัฒนาองค์กร รวม 29.34 คะแนน รวมทั้งสิ้น 94.85 คะแนน



