
บี้ คตง.ตอบกรณีป.ป.ช.จ้างสภาทนายความฟ้องคดีชอบด้วยกม.หรือไม่
“บัญชา”ไล่บี้คตง. เร่งสอบ-แถลงมติกรณีป.ป.ช.จ้างสภาทนายความฟ้องคดีชอบด้วยกม.หรือไม่ ชี้ บางคดีค่าจ้างสูงถึง 4 ล้าน แจง สุดท้ายศาลพิพากษายกฟ้องหรือลงโทษก็ไม่ติดใจ
16 พ.ย.59-นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สปท. ในฐานะทนายความ กล่าวถึงกรณียื่นร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ให้เร่งสอบกรณีคณะกรรมการป.ป.ช.ว่าจ้างสภาทนายความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ว่า คตง.จะต้องรีบตรวจสอบและแถลงมติให้ประชาชนทราบโดยมีเหตุผลและกฎหมายรองรับทุกประเด็น ทั้งนี้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ชุดเดิม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้สภาทนายความฟ้องร้อง ซึ่งสอดคล้องกับนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะให้สภาทนายความรับว่าคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง คดีหวยบนดิน คดีกล้ายาง เป็นต้น แต่นายอุทิศ สวยรูป ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการมรรยาททนายความ ได้มีหนังสือแจ้งตนว่า สภาทนายความไม่เคยรับจ้างเป็นทนายความให้คณะกรรมการป.ป.ช. เป็นการตกลงกันระหว่างคณะกรรมการป.ป.ช.กับทนายความ ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความแต่ประการใด ซึ่งเป็นคำให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกันโดยชัดเจน
นายบัญชา กล่าวต่อว่า ป.ป.ช.ชุดเดิมว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ โดยมีค่าจ้างในแต่ละคดีหลายล้านบาท บางคดีอาจจะ มีค่าจ้างสูงถึง 4 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทนายความที่ศาลตั้ง มีอัตราโทษประหารชีวิต อัตราสูงสุดเรื่องละ 50,000 บาท คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อัตราสูงสุดเรื่องละ 40,000 บาท และระเบียบคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดเดิม กำหนดค่าตอบแทนในการดำเนินคดีให้พนักงานคดีต่อคน ศาลชั้นต้นไม่เกินคดีละ 30,000 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่เกินคดีละ 20,000 บาท ศาลฎีกาไม่เกินคดีละ 20,000 บาท และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เกินคดีละ 50,000 บาท จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่ป.ป.ช.ชุดเดิมจ้างสภาทนายความแตกต่างกันหลายเท่าตัวกับทนายความที่ศาลตั้งทนายความและค่าตอบแทนพนักงานคดีซึ่งเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ช.
นายบัญชา กล่าวอีกว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดเดิมออกระเบียบมอบหมายให้พนักงานไต่สวนดำเนินคดีในชั้นศาล พ.ศ. 2554 ให้เจ้าพนักงานคดีจัดทำคำฟ้องยื่นต่อศาล มีอำนาจว่าความ ดำเนินกระบวนพิจารณาทั้งปวง ดังนั้น ป.ป.ช.ชุดเดิมจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องนำเงินงบประมาณแผ่นดิน น่าจะ จำนวนหลายล้านบาทมาว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ นอกจากนี้ อดีตป.ป.ช.ยังได้ออกระเบียบขึ้นเงินเดือนให้ตนเอง ซึ่งศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า การออกระเบียบไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังนั้น การออกระเบียบของป.ป.ช.ชุดเดิมในการว่าจ้างสภาทนายความนั้น จะต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ด้วย
นายบัญชา กล่าวด้วยว่า คตง.ไม่ใช่ศาล ดังนั้น เพื่อความถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย คตง.สมควรนำคดีขึ้นสู่ศาลให้มีคำพิพากษา ไม่ว่าศาลจะพิพากษายกฟ้องหรือลงโทษจำเลยคนใดก็ไม่ติดใจ เพียงแต่ให้นำคำพิพากษามาเป็นแนวทางเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปศึกษาปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อย่างไรก็ตาม หากป.ป.ช.ชุดเดิมมั่นใจว่า การออกระเบียบว่าจ้างสภาทนายความฟ้องคดีต่างๆ ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ควรหวั่นไหว เพราะเมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็จะเป็นการกอบกู้ชื่อเสียง เกียรติยศ ได้เป็นอย่างดี และจะเป็นที่ยอมรับของภาครัฐและภาคเอกชน ดังนั้น จึงสมควรพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาล.



