
ปส.จับยาเสพติด 5 คดี ได้ของกลางกว่า 277 ลบ.
ปส.จับแก๊งค้ายาเสพติด 5 คดี ได้ของกลางจำนวนมาก มูลค่ากว่า 277 ล้านบาท
ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปส.1) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 13 กิโลกรัม ยาแก้ไอ 26,400 ขวด กระท่อม 18 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง มูลค่ากว่า 277 ล้านบาท
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ภาพรวมของการกวาดล้างยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ กระท่อม ฯลฯ ขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้มีการใช้ยาแก้ไอผสมกับกระท่อม จึงอยากจะฝากว่าเป็นสิ่งต้องห้ามที่ใช้กระท่อมกับยาเสพติด ซึ่งทาง บช.ปส.ได้ระดมกวาดล้างดูแลภาพรวมดีอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสำคัญและให้ขยายผลจับกุมทำลายเครือข่ายอย่างจริงจัง รวมทั้งการใช้มาตรการในการป้องกันโดยการยึดทรัพย์ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง
ทางด้าน พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงและทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้สั่งกำชับให้ลงไปดูแลเรื่องใบกระท่อม นำมาผสมกับยาแก้ไอ ขณะนี้สถานการณ์การลักลอบค้าและการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความรุนแรง โดยยาบ้าและยาเสพติดประเภทสี่คูณร้อย ยังเป็นที่นิยมเสพในกลุ่มเยาวชน/วัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งครั้งนี้จับกุมได้เป็นคันรถสิบล้อ เนื่องจากใบกระท่อมหาได้ง่าย และมีราคาถูก ตนจะลงไปดูเรื่องนี้ นอกเหนือจากยาบ้าที่ได้จับกุมเป็นประจำอยู่แล้ว
สำหรับสถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่ปี 2558-2560 มีดังนี้ ปีงบประมาณ 2558 จับกุมทุกข้อหา 388 คดี จำนวนของกลางยาบ้า 40,440,432 เม็ด ไอซ์ 584.14 กก. เฮโรอีน 56.07 กก. กัญชาแห้ง 4,461.21 กก. ยึดทรัพย์สินฯ 207.89 ล้านบาท
ปีงบประมาณ 2559 จับกุมทุกข้อหา 456 คดี จำนวนของกลางยาบ้า 28,838,422 เม็ด ไอซ์ 632.72 กก. เฮโรอีน 43.69 กก. โคเคน 39.32 กก. กัญชาแห้ง 917.76 กก. ยึดทรัพย์สินฯ 346.67 ล้านบาท
ปีงบประมาณ 2560 (1 ต.ค.-15 พ.ย.) จับกุมทุกข้อหา 47 คดี จำนวนของกลางยาบ้า 5,428,679 เม็ด ไอซ์ 101.74 กก. เฮโรอีน 16.79 กก. โคเคน 1.33 กก. กัญชาแห้ง 70.52 กก. ยึดทรัพย์สินฯ 36.35 ล้านบาท
คดีแรก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.3 บช.ปส.ได้จับกุมน.ส.อาแพ่ หรือ อาเพ หมือแล อายุ 35 ปี ชาวจ.เชียงราย น.ส.สายฝน กำจัด อายุ 22 ปี ชาวจ.เชียงราย นายนิติพงษ์ พันเงิน อายุ 26 ปี ชาวจ.เลย นาย MG WAI YAN OO อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนม่าร์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 100 มัด ประมาณ 200,000 เม็ด , ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่จ.เชียงราย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า น.ส.อาแพ่ มีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติด จึงได้วงแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลางจำนวนดังกล่าว จึงแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เวลา 21.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.1 บก.ปส.4 ได้ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ชนิดเป็นเกล็ดใส บรรจุอยู่ในถุงชา สีทอง มีอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า GUANYINWANG จำนวน 2 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กก. รวมน้ำหนัก 2 กก. ตรวจยึดได้บริเวณริมถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ลักลอบค้ายาเสพติดจะนำยาไอซ์ จากทางภาคเหนือมาส่งมอบให้แก่นักค้ายาเสพติดในภาคกลาง จึงเฝ้าสังเกตการณ์และพบถุงพลาสติกแบบหูหิ้วสีขาววางทิ้งอยู่ ภายในพบของกลางจึงยึดส่งพงว.4บก.ปส.4 และจะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหากลุ่มคนร้ายว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายใดต่อไป
คดีที่ 3 เมื่อ 14 พ.ย. เวลา 18.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.ปพ.บช.ปส. และ ชปส.ภ.จว.พัทลุง ได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัม ได้ที่ริมถนนสายเรียบคลองชลประทานสายท่าแค-บ้านทุ่งลาน ม.5 ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 รน , ร้อย สห.มทบ.42 และ ชกล.กกล.เทพสตรี ได้ร่วมกันตรวจค้นและตรวจยึดพัสดุไปรษณียภัณฑ์ จำนวน 6 รายการ ได้แก่ ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม ยี่ห้อ A-chlordyl จำนวน 12,200 ขวด ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม ยี่ห้อ DATISSIN จำนวน 6,400 ขวด ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม ยี่ห้อ A-nadril จำนวน 6,000 ขวด รวมยาแก้ไอ จำนวน 184 กล่อง รวม 24,600 ขวด มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ได้ที่บริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง ถ.เพชรเกษม ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา หลังได้สืบสวนทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาแก้ไอ จำนวน 184 ลัง นำไปจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผ่านทางบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ซึ่งนิยมนำไปเป็นส่วนผสมกับน้ำต้มพืชกระท่อมทำเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทสี่คูณร้อย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและแพร่หลาย รวมทั้งมีการใช้ยาเสพติดประเภทนี้ก่อนไปก่อเหตุต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง พงส.บก.ปส.4 บช.ปส. เพื่อสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานในการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต่อไปในข้อหามียาแผนปัจจุบัน (ยาแก้ไอ)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในความครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
และคดีที่ 5 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. เวลาประมาณ 16.00-20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ ภ.1 และศูนย์ข่าวยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกันจับกุมนายจ่าว แสนย้าง อายุ 53 ชาวจ.น่าน พร้อมของกลาง ยาบ้า 878 มัด จำนวนประมาณ 1,800,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 10 ห่อ น้ำหนัก 10 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บม 1609 แพร่ จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนสายเอเชีย สาขาอินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และบริเวณหน่วยปราบปรามยาเสพติด (ส่วนหน้าบางปะอิน) ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคเหนือจะลำเลียงยาเสพติด ไปส่งมอบให้กับลูกค้าตามสั่งการของผู้ว่าจ้าง โดยใช้รถยนต์ กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขทะเบียน บม 1609 แพร่ โดยจะซุกซ่อนยาเสพติดจำนวนมาก ปะปนมากับผักกระหล่ำปลี เพื่ออำพรางการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปส่งให้กับลูกค้าพื้นที่ตลาดไท จ.ปุทมธานี อีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จัดชุดติดตามสะกดรอย จนมาถึงที่เกิดเหตุ จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าวข้างต้น จึงได้จับกุมตัวนายจ่าว พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า และไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต) และสอบสวนขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป



