
ชาวยาสูบ-โชห่วยยื่นสนช.แก้ร่างฯ"ยาสูบ"หวั่นกระทบทั้งระบบ
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ชาวยาสูบ-โชห่วยยื่นสนช.แก้ร่างฯ"ยาสูบ"หวั่นกระทบทั้งระบบ
เมื่อเร็วๆนี้ ภาคียาสูบประกอบด้วยสมาคมชาวไร่ยาสูบจาก 6 ภาคเหนือ เครือข่ายชาวไร่ยาสูบ 5 จังหวัดอีสาน สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จ.สุโขทัย และ จ.เพชรบูรณ์ สมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าโชห่วยทั่วประเทศพร้อมตัวแทนชาวไร่ยาสูบ 40 คน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตราสุดโต่งในร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่จะกระทบอาชีพ รายได้และอุตสาหกรรมยาสูบทั้งระบบ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบ ครม.ไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา
นายกฤษณ์ ผาทอง ตัวแทนภาคียาสูบและนายกสมาคมสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวว่า “วันนี้ภาคียาสูบตั้งใจเดินทางมายื่นหนังสือต่อสนช. ด้วยตัวเอง เนื่องจากเรามีความกังวลในหลายๆ มาตราที่สาธารณสุขได้นำเสนอโดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในการทำเกษตรยาสูบของชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศกว่า 40,000 ครัวเรือน
โดยได้เคยร้องเรียนและทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้วแต่ยังไม่มีหน่วยงานใดมารับฟังเราอย่างจริงจัง ในปีนี้นอกเหนือจากปัญหาเรื่องน้ำท่วมแล้ว ชาวไร่ยังต้องเจอกับปัญหาโดนลดโควต้าปลูก เพราะสต็อคเดิมเกินปริมาณความต้องการ ข้อเสนอหลายมาตราของ สธ.ในร่างกฎหมายนี้กำลังคุกคามการประกอบอาชีพสุจริตของเรา รวมถึงกลุ่มสมาคมชาวไร่ และการจำกัดกิจกรรมบางอย่างของชาวไร่ เช่น การให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์ด้าน CSR ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการควบคุมด้านสุขภาพตาม สธ.อ้าง
"เราจึงขอวิงวอนให้ สนช.รับฟังความเห็นของเราและให้ความเป็นธรรมต่อพวกเราด้วยโดย แก้ไขมาตรการสุดโต่งที่เป็นปัญหานี้ก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ และให้ตัวแทนชาวไร่ ร้านโชห่วยเข้าไปให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็นในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้ประเทศเรามีกฎหมายที่สมดุลและไม่สุดโต่งจนเกินไป” นายกฤษณ์กล่าว
สำหรับผลกระทบจากร่างพรบ.กับกลุ่มร้านค้าปลีก นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีข้อห้ามอีกมาก มายที่จะกระทบกับธุรกิจร้านค้าขนาดเล็กซึ่งมีกว่า 870,000 รายทั่วประเทศ โดยที่ข้อห้ามเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ เช่น ห้ามแบ่งขาย แบบมวน ซึ่งร้านค้าเล็กๆกังวลมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการซื้อทั้งซองทุกครั้งไป การกำหนดอายุคนขายในร้าน 18 ปี ซึ่งร้านโชห่วยโดยมากเป็นการดำเนินธุรกิจแบบคนในครอบครัว การไม่ให้ร้านค้าตั้งวางผลิตภัณฑ์ในร้าน การกำหนดการแสดงราคา โดยเฉพาะการห้ามใช้เครื่องหมายการค้าที่ซองโดยให้ทุกยี่ห้อมีสีและลักษณะเหมือนกันหมดซึ่งขัดแย้งกับกฎหมายเครื่อง หมายการค้าและการค้าระหว่างประเทศ ที่ยังเป็นข้อพิพาทกันในองค์การการค้าโลกอยู่ในขณะนี้



