
ต้องปลดแอกโรงสี!
โดย - ดลมนัส กาเจ
ปัญหาสถาการณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า สาเหตุใหญ่มาจากตลาดโลกที่ผลิตข้าวเกินปริมาณการบริโภค เพราะหลายประเทศที่ไม่ได้บริโภคข้าว แต่ผลิตข้าวเพื่อจำหน่ายในตลาดโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ที่เห็นชัดคือเดิมทีสหรัสอเมริกาที่ผลิตข้าวหอม“จัสมิน”แข่งกับไทย รวมถึงอินเดียและปากีสถานซึ่งบริโภคโรตีเป็นอาหารประจำวัน ก็หันมาผลิตข้าวสู่ตลาดโลกด้วย ขณะที่เวียดนามและกัมพูชา ก็ผลิตข้าวเพิ่มขึ้น
ที่น่ากลัว คือข้าวหอมของกัมพูชาที่เรียกว่า “ข้าวผกามะลิ” ว่ากันว่ามีกลิ่นหอมแทบแยกไม่ออกกับข้าวหอมมะลิ 105 ของไทย ไม่ทราบว่าพันธุ์ข้าวหอมละลิของเราเล็ดลอดเข้าไป หรือเพราะพื้นที่ปลูกใกล้เคียงกับพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยหรือไม่ เพราะบางพื้นที่เป็นเขตรอยต่อกับทุ่งกุลาร้องไห้ ขณะที่ข้าวหอมมะลิของไทยปัจจุบันมีการพูดมากเหลือเกินว่า ความหอมลดลง และหอมไม่นาน อาจเป็นเพราะการใช้ปุ๋ย หรือมีพันธุ์ข้าวปนด้วยหรือไม่ ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำลังวิจัยเรื่องนี้อยู่
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาข้าวของไทยกำลังตกต่ำ มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ต่างแสดงมีความน้ำใจในลักษณะที่คนไทยไม่ทิ้งกัน เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำข้าวที่ปลูกเอง สีเอง ไปขายในหน่วยงานและในองค์กรโดยไม่คิดค่าเช่าที่ครับ
แม้แต่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยเอง ได้ประสานกับกองทัพอากาศ เพื่อทำหน้าเป็นตัวกลางนำเกษตรกรไปขายข้าวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพอากาศ ตามนโยบายของ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ห่วงใยในสถานการณ์ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าวที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร
ท่านจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยช่วยเหลือชาวนาอย่างเร่งด่วน ตามขีดความสามารถของหน่วย โดยวางแนวทางการช่วยเหลือ ประกอบด้วย การช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนผลิต การซื้อข้าวกับเกษตรกรโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และให้พิจารณาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก่อน รวมทั้งวางแผนจัดเตรียมพื้นที่ของกองทัพอากาศ เพื่อเป็นช่องทางจัดจำหน่ายให้ข้าราชการและครอบครัว
การที่เกษตรกรที่ปลูกข้าว รวมกลุ่มมีโรงสีเอง ขายเองก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งครับ ที่จะแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำได้ เพราะในอดีตปัจจัยทำให้ราคาข้าวตกต่ำคือพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะโรงสี ที่เอาเปรียบชาวนาทุกรูปแบบ ทั้งกดราคา และอ้างความชื้น
โรงสีชุมชนบ้านวังแดงเหนือ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เป็นอีกตัวอย่างที่กล้าสวนกระแสข้าวราคาตกต่ำ โดยนำข้าวเปลือกที่รับซื้อจากชาวนาในพื้นที่ในราคาที่แพงกว่าท้องตลาดตันละ 300-500 บาท มาทำการสีข้าวเป็นข้าวสารบรรจุถุง ขายภายใต้เครื่องหมายการค้า ข้าวสารบ้านวังแดงเหนือ ออกจำหน่ายให้กับชาวนาในหมู่บ้านและชาวบ้านใกล้เคียงถุงละ 15 กิโลกรัม ในราคาละ 260 บาท ซึ่งถูกกว่าท้องตลาดเกือบ 100 บาท
ตรงนี้พอมองทางเห็นครับว่า ถ้าเกษตรกรรวมกลุ่ม มาทำเกษตรแปลงใหญ่ รัฐช่วยเหลือด้านงบประมาณในการลงทุนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อการแปรรูปให้บ้าง ต่อไปก็ไม่ต้องพึ่งโรงสี และขายตรงระหว่างสหกรณ์การเกษตรด้วยกันเอง หรือส่งขายให้หน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งของรัฐเอกชนในราคาส่ง ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะให้กลุ่มเกษตรกรชาวนาอยู่ได้
สำหรับกลุ่มเกดษตรกรที่ปลูกข้าว สีเอง และขายเอง สนใจจะขายในหน่วยงานของกองทัพอากาศ แจ้งชื่อได้ที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยโทร.0-2940-5426 และ 086-340-1713 ครับ



