
สปท.เห็นชอบใช้ EM ติดตามตัวนักโทษ
สปท.เห็นชอบ รายงานใช้ EM ติดตามตัวนักโทษ แก้ปัญหาคนล้นคุก
15 พ.ย. - ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท.) มีนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสปท.คนที่ 1 พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ Electronic Monitoring หรือ EM ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยระบบการติดตามตัวโดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พ.ศ. ...
นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ รองประธานกรรมาธิการและในฐานะประธานอนุกรรมาธิการศึกษารายงานและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงถึงสาระสำคัญของรายงานว่า เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับหลักการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกับผู้ต้องหาหรือผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อควบคุมพฤติกรรมของผู้กระทำผิดและป้องกันการทำผิดเงื่อนไขผู้ถูกควบคุมความประพฤติ โดยกำหนดกระบวนการและหลักเกณฑ์การพิจารณาฐานความผิดให้เหมาะสม
จากนั้นสมาชิกสปท.ได้อภิปรายเห็นด้วยที่ให้มีเครื่องติดตามตัวผู้ต้องหาเพื่อแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก อาทินายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท.และประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง อภิปรายว่า สนับสนุนการใช้อุปกรณ์ติดตามตัว เพื่อสร้างโอกาสให้บุคคลที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากความไม่เท่าเทียมกัน เพราะคนที่มีฐานะสามารถประกันตัวได้ ดังนั้นการให้มีอุปกรณ์ติดตามตัวจะเป็นโอกาสให้คนที่ไม่มีฐานะได้รับการปล่อยตัวระหว่างถูกดำเนินคดี
ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. ด้านการเมือง กล่าวว่า เจตนาอย่างหนึ่งของเครื่องติดตามตัวคือการลดจำนวนคนล้นคุก ซึ่งคดีส่วนใหญ่มาจากยาเสพติด ที่นักโทษจำนวนมากอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีโดยศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ซึ่งจะแก้ปัญหาเพียงการใช้เครื่องติดตามเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ฝ่ายที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งตำรวจ อัยการ และศาล จะต้องทำความเข้าใจปัญหาและเข้าใจในความไม่เท่าเทียมกันของผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วย
นายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ด้านการเมือง กล่าวว่าต้องมีการแบ่งประเภทความผิดให้ชัดเจน ไม่ควรรวมไปถึงนักโทษคดีอันตรายด้วย และดุลยพินิจที่จะพิจารณาก็ไม่ควรอยู่ที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนเดียว
นายวิรัช ชินวินิจกุล ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปท. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวไม่ใช่เรื่องว่าผู้ต้องขังจะหลบหนีหรือไม่ แต่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ศาลใช้ดุลยพินิจได้ลึกหรือกว้างขึ้น เป็นสิ่งสำคัญของกระบวนการปล่อยตัวชั่วคราว เราไม่ได้อยากได้เงินประกัน แต่อยากเห็นผู้กระทำผิดต่อสู้ในกระบวนการอย่างถูกต้อง การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวไม่ใช่การแก้ปัญหาคนล้นคุก คนที่ไม่สมควรอยู่นอกก็ควรต้องอยู่ในคุก แต่หากมีคนในคุกมากเท่าไรรัฐต้องสร้างที่คุกเพิ่มขึ้น ดังนั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเครื่องมือช่วยในการปฏิรูประบบยุติธรรมได้
จากนั้นที่ประชมได้ลงมติเห็นชอบด้วย 149 ต่อ 3 งดออกเสียง 15 เสียง โดยกรรมาธิการฯ นำข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงต่อไป



