แกงส้มป่อยปลาดุกย่าง ของฝากจากชุมชน"เวียคะดี้"
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
ส้มป่อย ส้มพอดี หรือเบ๊อะฉี่สะ ที่ชาวกะเหรี่ยงนิยมเรียก จัดเป็นพืชสมุนไพรมากด้วยคุณค่า มีการเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบเชิงเขา โดยยอดอ่อนและใบอ่อนมีรสเปรี้ยวใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับลาบ แจ่ว หรือนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น ทำแกงส้ม ต้มส้มไก่ ต้มข่าไก่ ต้มส้มป่อย เป็นต้น ถือเป็นพืชผักที่มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง จากผลการทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของยอดส้มป่อยพบว่ามีสูงมาก และยังมีสารซาโปนินในฝักส้มป่อยที่ทำให้ทีเซลล์ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้นด้วย ชุมชนบ้านเวียคะดี้ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันมาก เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู
กระทั่งมูลนิธิพัฒนรักษ์ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนคนชายขอบ ส่วนใหญ่เป็นชนชาติมอญ กะเหรี่ยง เมียนมาร์ และไทย ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวมามากกว่า 10 ปี ได้พบเห็นส้มป่อยเป็นที่นิยมปลูกกันมากในชุมชนเกือบทุกหลังคาเรือน จึงคิดค้นหาวิธีการนำส้มป่อยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนมากว่า 2 ปี จนในที่สุดก็ได้ผลิตภัณฑ์เด่น มีชื่อว่า "แกงส้มป่อยปลาดุกย่างกึ่งสำเร็จรูป"
“ที่นี่ชาวบ้านจะปลูกส้มป่อยกันเกือบทุกบ้าน จะเห็นว่าอาหารเกือบทุกเมนูของชนเผ่ากะเหรี่ยงและมอญจะต้องมีส้มป่อยเป็นส่วนประกอบ แต่พอไปดูสรรพคุณพบว่าส้มป่อยมีสรรพคุณทางยาสูงมาก จึงเป็นที่นิยมปลูกเพื่อรับประทาน และพวกเขายังมีความเชื่อที่ว่า ปลูกส้มป่อยบริเวณบ้านเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ แต่ข้อจำกัดของส้มป่อยคือ ปีหนึ่งจะผลิใบได้ประมาณ 6-7 เดือน เฉพาะช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวเท่านั้น จึงเป็นสินค้าเฉพาะฤดูจริงๆ แล้วเราก็จะไม่ฝืนส่งเสริมชาวบ้านปลูกหรือเร่งน้ำเร่งปุ๋ยให้ส้มป่อยให้ออกใบในช่วงหน้าแล้งด้วย เพราะมันจะไม่เป็นธรรมชาติ"
ปิยวรรณ โพธิ์มาตร ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนรักษ์ สำนักงานสังขละบุรี เปิดเผยข้อมูลว่า มูลนิธิคิดค้นหาวิธีแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โดยยึดตามเมนูอาหารพื้นบ้านของชาวชนเผ่าด้วยกรรมวิธีการอบแห้งบรรจุถุงสำเร็จรูปเพื่อจะได้เก็บรักษาไว้ได้นาน โดยเมนูที่นำมาผลิตจะเป็นแกงส้มป่อยปลาดุกย่างกึ่งสำเร็จ ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตที่นิยมรับประทานกันทุกครัวเรือน ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกส้มป่อยเพิ่มตามริมรั้วข้างบ้านหรือพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
ส่วนขั้นตอนการผลิตนั้น ปิยวรรณอธิบายว่า เริ่มจากนำใบส้มป่อยไม่แก่จัดมาล้างน้ำทำความสะอาดแล้วรูดเอาเฉพาะใบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับส่วนผสมอื่นๆ ประกอบด้วย ใบส้มป่อยสด 40% เนื้อปลาดุกย่าง 34% หอมแดง 14% ตะไคร้ 7% กะปิ 3% และเกลือแกง 2% ให้เข้ากันจากนั้นนำไปอบแห้งในตู้อบประมาณ 8-9 ชั่วโมง ระหว่างนี้ก็ให้สลับถาดทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อวัตถุดิบจะได้มีระดับความแห้งที่เท่ากัน จากนั้นนำส้มป่อยที่อบแห้งเสร็จแล้วมาคลุกกับปลาดุกย่างแล้วนำมาบรรจุซองสุญญากาศเพื่อจำหน่ายต่อไป โดยมูลนิธิจะผลิตสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 500-1,000 ซอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของวัตถุดิบใบส้มป่อยด้วย
“ส้มป่อยเราจะรับซื้อจากชาวบ้านกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนปลาดุกของเราเองที่เลี้ยงไว้ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผลิตภัณฑ์แต่ละซองจะมีขนาดน้ำหนัก 20 กรัม ขณะนี้ผลิตภัณฑ์เรามีจำหน่ายที่ศูนย์โอท็อปของอำเภอสังขละบุรี และถนนคนเดินในตลาดสังขละ ราคาซองละ 35 บาทหรือ 3 ซอง 100 ส่วนวิธีรับประทาน ฉีกซองใส่ลงในน้ำร้อนประมาณ 250-300 ซีซี แช่ไว้ประมาณ 3 นาที ก็จะรับประทานเป็นน้ำซุปได้ทันที สนใจผลิตภัณฑ์ชุมชน โทร.09-1887-9201” ผู้จัดการมูลนิธิ กล่าวย้ำ
แกงส้มป่อยปลาดุกย่างกึ่งสำเร็จ นับเป็นผลิตภัณฑ์เด่นฝีมือสมาชิกชุมชนเวียคะดี้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี



