ข่าว

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

15 พ.ย. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

                    บ้านไม้รูด ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เป็นอีกชุมชนที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน แต่ต้องประสบปัญหาการรุกล้ำของเรือขนาดใหญ่ที่เข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย จนชาวบ้านต้องรวมตัวกันเฝ้าระวังทั้งกลางวันและกลางคืน โดยกลางคืนนั้นจะมีการจัดเวรยามเฝ้าบริเวณชายหาดด้วยการก่อกองไฟเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้เรือประมงที่เข้ามาลักลอบจับปลาด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมายออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวโดยเร็ว  

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

                      “กลางคืนเราต้องออกมาดูด้วยว่ามีเรือลำใดแปลกๆ เข้ามาย่านบ้านเรา แล้วเข้ามารบกวนแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่เราร่วมกันทำมานานหลายสิบปีหรือเปล่า เราต้องดูว่าเรือใครเอาไฟฟ้ามาช็อตสัตว์น้ำหรือเปล่า ก่อไฟไว้แล้วจะอยู่หรือจะเดินออก อย่างน้อยเรือที่ล่องกลางทะเลก็จะได้กลิ่นควันไฟ ได้เห็นกองเพลิง เขาก็จะต้องระแวงไว้ก่อนว่าเราจับตามองเขาอยู่ นี่ผมเองก็เดินไปเดินมา กลิ่นควันเต็มตัวแล้วเนี่ย” 

                       ประสิทธิ นิ่มมาก ชาวบ้านไม้รูดประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้านมาค่อนชีวิต เผยวิธีการอนุรักษ์ทรัพยกรสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง ด้วยการก่อกองไฟบริเวณชายหาดเพื่อชี้ให้เห็นจุดอนุรักษ์จากหน้าหาดหมู่บ้านไกลออกไปราว 1.5 กิโลเมตร ซึ่งมองเห็นทุ่นและธงขนาดเล็กปักเพื่อกำหนดอาณาเขตดังกล่าวที่ทำได้เฉพาะประมงพื้นบ้านที่มีเครื่องจับสัตว์น้ำตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น  ปัจจุบันมีชาวบ้านที่ยึดอาชีพทำประมงครอบคลุมพื้นที่อยู่  5 ตำบล เฉพาะตำบลไม้รูดมีเรือทำประมงพื้นบ้านประมาณ 30 ลำ 

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

                        “แต่ละคืนหากมรสุมไม่หนักหนาจนเกินไปเรือแทบทุกลำจะออกไปลอยล่องกลางทะเลอ่าวไทยเพื่อจับสัตว์น้ำทั้งกุ้ง กั้ง หอย ปู ปลา และหมึก อาชีพประมงที่สืบทอดกันมานี้นับรุ่นก็ได้ราว 4 รุ่นแล้ว เป็นอาชีพที่ได้รับมรดกทางปัญญาจากปู่ย่าตายาย มีประสบการณ์ทำประมงพื้นบ้านนานกว่า 30 ปี  สามารถหาสัตว์น้ำได้แทบทุกชนิด” 

                       ประสิทธิเล่าต่อว่า ปัจจุบันนอกจากทำอาชีพประมงแล้วยังเป็นตัวแทนรับซื้อสัตว์น้ำจากชาวประมงในหมู่บ้านเพื่อส่งต่อไปยังตลาดในกรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา บางครั้งเมื่อมีคนนำสัตว์น้ำที่จับได้มาขายก็จะเอามาเลี้ยงไว้ในบ่อพักก่อนแล้วเมื่อได้จำนวนมากพอก็นำไปจำหน่ายต่อไป

                       “รีบไม่ได้นะ เราทำประมงแบบเดิมๆ ก็ทำช้าๆ แต่ยังภูมิใจที่ได้ทำเพราะเป็นอาชีพเก่าแก่ของเรา บางเดือนถ้าสัตว์น้ำเยอะๆ เราก็ได้รายได้เป็นหมื่น แล้วแต่ช่วง หน้ามรสุมบางครั้งก็งดออกเรือ สมัยนี้ชาวประมงต้องทำหลายหน้าที่ คือทั้งล่าสัตว์น้ำ ล่าโจรช็อตปลา ล่าเรือประมงขนาดใหญ่และเรือประมงพื้นบ้านที่ใช้อุปกรณ์หากินผิดกฎหมายด้วย เช่นตาข่ายที่ถี่เกินไป เรือที่ใช้คราดหอย แบบนี้ถ้าพวกเราเจอคือโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เรือตรวจอย่างเดียว"

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

                         ด้าน สุวิชา ใจเปี่ยม เจ้าหน้าที่เรือตรวจ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลตราด กล่าวว่า ตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ตาม พ.ร.ก.การประมงปี 2558 อย่างเข้มแข็ง ชาวประมงพื้นบ้านไม้รูดรู้สึกหมดห่วงไปหลายอย่าง เพราะในอดีตนั้นมีเรือคราดหอย แต่สัตว์น้ำขนาดเล็กก็รับผลกระทบไปด้วย บางลำก็มาล่าส่องไฟสว่างทั่วชายหาดและใช้เวลาสั้นๆ แต่ก็ทำลายทั้งวังปลาและระบบนิเวศจนหมดสิ้น โดยเฉพาะเรือคราดหอยจะทำลายระบบหน้าดิน ทำให้สิ่งแวดล้อมในทะเลย่ำแย่ หอยก็ลดปริมาณลงอย่างน่าใจหาย แต่พอประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวปัญหาเหล่านี้เริ่มหมดไป แต่อย่างไรก็ตามชาวประมงก็ยังคงเฝ้าเวรยามและรายงานสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่เรือตรวจทราบข่าวสม่ำเสมอ หากพบว่ามีเรือประมงพื้นบ้านใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ต่อมาตรการปราบปรามเรือประมงพื้นบ้านนั้น

“บ้านไม้รูด” ต้นแบบทำประมงพื้นบ้าน

                       “ชาวประมงบ้านไม้รูดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย และช่วยสอดส่องดูแลเรือที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งตาม พ.ร.ก.การประมง กรณีเรือพื้นบ้านนั้นมีการบังคับใช้กฎหมายต่อเครื่องมือประมงผิดกฎหมายตามประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 24/2558 มีเครื่องมือทั้งหมด หลายอย่างที่ถือว่าเป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย เช่น โพงพาง ลี รั้วไซมาน ลอบพับ เป็นต้น” สุวิชา กล่าวทิ้งท้าย

                       นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งของชาวบ้านตำบลไม้รูด โดยการร่วมมือร่วมใจในการสอดส่องเรือต่างถิ่นและเรือในพื้นที่ที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์จับสัตว์น้ำผิดกฎหมายเข้ามาทำประมงในพื้นที่ห่างจากฝั่งไม่เกิน 2 ไมล์ทะเล โดยไม่คอยห