ข่าว

ธปท.ฟันธงสินเชื่อแบงก์ครึ่งปีหลังยังติดลบ

ธปท.ฟันธงสินเชื่อแบงก์ครึ่งปีหลังยังติดลบ

19 ส.ค. 2552

ธปท.มองครึ่งปีหลังสินเชื่อแบงก์ยังติดลบ แม้จะปรับตัวดีกว่าครึ่งปีแรก เหตุเอกชนไม่ลงทุนแต่กลับเร่งชำระคืนเงินกู้ เชื่อหันไปแข่งระดมเงินฝากเน้นปล่อยกู้ซื้อที่อยู่อาศัย-รถยนต์แทน

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.25% ถือว่าต่ำมากและมีความจำเป็นในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดต้นทุนผู้ประกอบการ รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ให้ภาคธุรกิจ โดยมองว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปรับสภาพคล่องให้เพียงพอใช้ในปี 2553 ด้วยการหันมาแข่งขันกันออกแคมเปญเงินฝากเพื่อระดมสภาพคล่องไว้รองรับการกู้เงินของรัฐบาลในโครงการไทยเข้มแข็ง

 สำหรับภาพรวมในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าจะมีการแข่งขันเรื่องดอกเบี้ยเงินฝาก และมีการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ  เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อที่อยู่อาศัย ในขณะที่สินเชื่อหมุนเวียนเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น มีการทบทวนสินค้าคงคลังใหม่ ส่วนสินเชื่อเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนใหม่นั้นไม่มี มีแต่การชำระหนี้คืน เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว 

 อย่างไรก็ตาม จากเดือนมิถุนายนถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่ายอดการปล่อยสินเชื่อยังคงจะติดลบหากเปรียบเทียบปีต่อปี เนื่องจากสินเชื่อมีการชะลอตัวต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าสถานการณ์ปล่อยสินเชื่อในครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยจากตัวเลขสินเชื่อทั้งระบบในครึ่งปีแรกติดลบ 3.4% ทำให้เม็ดเงินสินเชื่อลดลงไปถึง 2.2 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อภาคธุรกิจมีการหดตัว 2.4% สินเชื่อบริโภคมีการขยายตัว 10%  เนื่องจากความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจลดลง ธนาคารมีการระมัดระวังมากขึ้น ที่สำคัญภาคเอกชนรายใหญ่มีการชำระคืนเงินกู้เป็นส่วนใหญ่ เช่น กลุ่มอาหาร ก่อสร้าง นอกจากนี้ยังหันมาระดมเงินด้วยการออกตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้แทน

 นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้คงจะไม่ปรับลดลงกว่านี้ เพราะขณะนี้มีการแข่งขันระดมเงินฝากระยะยาว โดยเฉพาะเงินฝากประจำ 3 และ 4 ปี  มีการปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.50-1% เนื่องจากรัฐบาลจะมีการระดมเงินเพื่อใช้ในโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง จึงทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินลดลง