
ปฏิวัติไลฟ์สไตล์ในที่ทำงาน
ไลฟ์สไตล์แบบนั่งอยู่กับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
คำว่า “ชาวมิลเลเนียล” (Millennial) อาจฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าใด แต่ก็เป็นไปได้สูงมากว่า คุณเองก็อาจเป็นหนึ่งในคนเจเนอเรชั่นนี้ซึ่งเกิดระหว่างปี 1980-2000 คาดกันว่าภายในปี 2020 ชาวมิลเลเนียลจะมีจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก และคิดเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของคนวัยทำงานทั้งหมด โดยร้อยละ 60 ของชาวมิลเลเนียลจะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย
ดร.จอห์น ไฮส์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกีฬาและสมรรถภาพร่างกาย เฮอร์บาไลฟ์กล่าวว่า ในประเทศไทย 8 ใน 10 ของชาวมิลเลเนียล ใช้เวลานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ 6-13 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนเจเนอเรชั่นนี้เคลื่อนไหวร่างกายระหว่างทำงานน้อยกว่า 30 นาทีต่อวัน ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อมูลที่ว่า 8 ใน 10 ของชาวมิลเลเนียลในไทยพยายามที่จะใช้ชีวิตแบบกระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดี และส่วนใหญ่เข้าใจเป็นอย่างดีถึงผลเสียต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับไลฟ์สไตล์แบบนั่งอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวเพิ่ม ระบบการย่อยอาหารไม่ดี หรือความเครียดก็ตาม
“แม้ว่าบริษัทของคุณจะไม่สนใจที่จะปรับเปลี่ยนที่ทำงานให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่แข็งแรงเท่าไรนัก คุณก็ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถทำได้ขณะทำงานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์เช่นเดียวกับชาวมิลเลเนียลร้อยละ 48 ที่ร่วมตอบแบบสอบถามของเฮอร์บาไลฟ์เกี่ยวกับการสำรวจโภชนาการในที่ทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่คนกลุ่มนี้บอกว่าได้ออกกำลังกายเพียงแค่หนึ่งครั้งหรือน้อยกว่านั้นต่อสัปดาห์” ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้คำแนะนำ
พร้อมกับกล่าวต่อว่า หนึ่งในสิ่งที่ง่ายที่สุดทว่าสำคัญที่คุณสามารถทำได้ก็คือ พยายามไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ลองพักเบรคสั้นๆ บ้าง แล้วก็ยืนขึ้นเพื่อยืดเส้นยืดสายตรงโต๊ะของคุณ ลองเดินในออฟฟิศ ไปที่ส่วนครัวหรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานแทนที่จะส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ และแทนที่จะรับประทานอาหารที่โต๊ะของคุณบ่อยๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปร้านข้างนอกบ้าง หรืออาจจะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ รวมถึงเลือกเดินหรือปั่นจักรยานมาทำงานหรือกลับจากที่ทำงานก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
“แม้ว่ากิจกรรมในตารางทำงานประจำวันของคุณจะเป็นกิจกรรมเบาๆ โภชนาการด้านกีฬาก็สามารถช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายในการมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ หรือแม้กระทั่งเวลาคุณตั้งใจจะลดน้ำหนักก็ตาม คุณก็ต้องบริโภคสารอาหารให้เพียงพอเพื่อรักษาระดับพลังงานเอาไว้ รวมทั้งเพื่อใช้ในการออกกำลังกายด้วย แน่นอนว่าคุณควรหลีกเลี่ยงอาหารจั๊งค์ฟู้ด และเลือกรับประทานกล้วยและผลไม้อื่น ๆ แทน ตลอดจนดื่มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนเชค คุณยังใช้วิธีรับประทานของว่างอย่างฉลาด ได้ด้วย นั่นคือ รับประทานให้น้อยลง ในปริมาณทีีเหมาะสมกับสุขภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการดีและไม่ทำให้รอบเอวของคุณขยายเพิ่ม” ดร.จอห์นกล่าวปิดท้าย



