ข่าว

เริ่มจากโคนสู่ปลาย

เริ่มจากโคนสู่ปลาย

15 พ.ย. 2559

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ


               จะปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโตและมีความมั่นคงแข็งแรง ต้องเริ่มต้นจากรากขึ้นมาถึงโคนต้น แล้วจึงไปสู่ยอดบนสุดของต้นไม้ เช่นเดียวกันกับที่จะปลูกสร้างบ้านให้มีความแข็งแรงคงทน ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การลงเสาเข็มและคานคอดิน ก่อนที่จะทำการปลูกสร้างจากโครงด้านล่างขึ้นไปสู่บนหลังคา การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติก็เหมือนกับการสร้างบ้านและการปลูกต้นไม้ กล่าวคือ ต้องทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคลหรือของครัวเรือนมีความเข้มแข็งก่อน เศรษฐกิจของประเทศชาติจึงจะมั่นคงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

               แต่ประชากรส่วนใหญ่ของไทยกลับถูกปลูกฝังความคิดในการดำรงชีวิต สวนทางกับหลักการดังกล่าวมานานแสนนาน โดยนักวิชาการทั้งหลายบอกชาวไทยส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นเกษตรกร ให้มองไปที่เป้าหมายไกลตัวหรือมองจากยอดของต้นไม้ก่อน นั่นคือไปบอกให้เกษตรกรทั้งหลายปลูกพืชต่างๆ เพื่อการส่งออกเป็นเป้าหมายสำคัญ และนัยแห่งความเชื่อนี้ยังส่งผลให้คนไทยจำนวนมากมีแนวคิดในลักษณะการดังกล่าวฝังรากลึกอยู่ในตัว จนทำให้ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจภายนอกมากกว่าที่จะพึ่งพาตนเองหรือชุมชน

               จากอดีตที่เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาไทยทำการเกษตรด้วยการใช้เครื่องมือดั้งเดิม ทำให้แม้บางคนจะไม่มีที่นาเป็นของตนเองต้องเช่าที่นาคนอื่นทำนา ก็ยังสามารถมีเงินเก็บสะสมเอาไว้เลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ต้องมีหนี้มีสิน แต่เมื่อภาครัฐต้องการเปลี่ยนเศรษฐกิจหลักของประเทศ จากการเกษตรไปสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังตั้งเป้าไปที่การส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศเป็นเป้าหมาย เกษตรกรทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวนา จึงถูกยัดเยียดความคิด ให้หันมาใช้เครื่องจักรกลเป็นเครื่องมือในการทำนา ภายใต้ข้ออ้างที่ยกมาจูงใจว่า “ทุ่นแรงและประหยัดเวลาในการทำงาน” อีกทั้งในส่วนของการจูงใจให้เกษตรกรหรือชาวนาหันมาใช้สารเคมีในรูปแบบต่างๆ ด้วยข้ออ้างในการจูงใจว่า “ช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่” โดยละทิ้งเอาไว้ไม่ให้เกษตรกรหรือชาวนาได้รู้ว่า สิ่งที่แอบแฝงอยู่คือ “ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น”

               ทางหนึ่งของการแก้ไขที่จะทำให้ชีวิตของชาวนาและเกษตรกรอื่นๆ อยู่รอดได้ คือ ต้องให้เกษตรกรเหล่านั้นหันมาใช้ชีวิตพึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางของการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงในเบื้องต้น โดยพึ่งพาสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ จากภายนอกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นหมายถึงการควบคุมรายจ่ายให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อหนี้สิน การจะตัดสินใจปลูกพืชผลใดๆ ก็ตาม ต้องยึดหลักคิดเพื่อการบริโภคของตนเองและชุมชนก่อนที่จะไปคิดถึงการส่งออก ซึ่งต้องไปพึ่งพาโรงงานขนาดใหญ่หรือพ่อค้าที่มีอิทธิพลต่อตลาด เกินกว่าที่กำลังของเกษตรกรทั้งหลายจะต่อสู้ได้

               เช่นเดียวกับคนในชุมชน ก็ต้องหันมาอุดหนุนสินค้าที่ผลิตขึ้นภายในชุมชนของตนเองก่อน เพราะจะทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน ซึ่งทั้งหลายทั้งมวลนั้น เท่ากับหันไปสู่ระบบสหกรณ์ชุมชนนั่นเอง เมื่อใดที่สามารถสร้างความรับรู้ในเรื่องของการพึ่งพาตนเองจากภายในสู่ภายนอกให้แก่ผู้คนในชุมชนได้ เมื่อนั้นชุมชนก็จะเข้มแข็งในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านความเป็นอยู่ที่ปลอดจากหนี้สิน และเมื่อเศรษฐกิจระดับล่างจากครอบครัวสู่ชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะมีความเข้มแข็งตามขึ้นมาได้เองในภายหลังอย่างไม่ยากเย็นนักนั่นเองครับ

 

 

--------------------------

(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เริ่มจากโคนสู่ปลาย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)