ข่าว

ชงเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเข้าสภากทม.ต้นปีหน้า

ชงเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเข้าสภากทม.ต้นปีหน้า

13 พ.ย. 2559

กทม.ชงเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย “บ้าน-สถานที่ราชการ-โรงแรม” เข้าสภา กทม.มกราคมปีหน้า เตือนเลี่ยงจ่ายมีโทษอาญา

    นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ว่า ขณะนี้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้ร่างข้อบัญญัติการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างคณะผู้บริหารพิจารณาว่า จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองร่างข้อบัญญัติดังกล่าวอีกหรือไม่ หรือจะนำเสนอร่างฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการเปิดประชุมสภาฯในเดือนมกราคม 2560 ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้ต่อไป
    นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ตามประเภทของอาคารแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ปริมาณน้ำเสีย เกิน 10 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 100 ลบ.ม.ต่อเดือน อัตราอยู่ที่ 30 บาทต่อเดือนต่อหลังคาเรือน 2.หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน มูลนิธิ ศาสนพยาบาล โรงพยาบาล โรงเรียน และธุรกิจขนาดเล็ก ปริมาณน้ำเสีย ไม่เกิน 500 ลบ.ม.ต่อเดือน อัตราอยู่ที่ 500 บาทต่อเดือนต่อหลังคาเรือน ส่วนปริมาณน้ำเสียเกิน 500 ลบ.ม. ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อเดือน อัตราอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือนต่อหลังคาเรือน ขณะที่ปริมาณน้ำเสีย เกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อเดือน อัตราอยู่ที่ 1,500 บาทต่อเดือนต่อหลังคาเรือน และ 3. โรงแรม โรงงาน และธุรกิจขนาดใหญ่ จะคิดตามปริมาณการใช้น้ำจริง ในอัตรา 4 บาทต่อลบ.ม. 
    " ส่วนรูปแบบและสถานที่รับชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของ กทม.อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบ โดยอาจจะให้เจ้าหน้าที่เก็บค่าบริการขยะ เป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียม หรือให้มาชำระที่สถานที่ กทม.กำหนด หรือจะให้การประปานครหลวง (กปน.) ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมไปพร้อมกับการจัดเก็บค่าใช้น้ำต่อเดือน " นายจักกพันธุ์ กล่าว
    นายจักกพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่มาตรการบทลงโทษกรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดน้ำเสีย ไม่ชำระค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย จากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 ได้กำหนดให้ชำระค่าธรรมเนียมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำหนังสือแจ้งเตือนให้มาชำระภายใน 30 วัน แต่ในร่างข้อบัญญัติดังกล่าว ได้เสนอให้เพิ่มบทลงโทษทางอาญา ควบคู่ไปกับมาตรการทางปกครองให้ชัดเจนในข้อบัญญัติ เพื่อให้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของ กทม. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กทม.จำเป็นต้องจ่ายงบประมาณจำนวนมากในการเดินระบบการบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง หาก กทม.สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียได้ จึงจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับนั้น จะทำให้น้ำเสียจากบ้านเรือน ชุมชน และสถานประกอบการในพื้นที่บริการได้รับการบำบัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน