ข่าว

ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”(11) 

ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”(11) 

13 พ.ย. 2559

โดย - ศ.ระพี สาคริก

 

              การเตรียมเปิดทางไปสู่ความกว้างหน้านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณา กำหนดโครงสร้างซึ่งมีความเหมาะสมต่อการป้องกันและแก้ปัญหาสังคมในระยะยาวไว้อย่างชัดเจน แล้วจึงมุ่งสู่การพัฒนาวิชาการในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป การมุ่งเน้นวิชาการด้วยทัศนคติ “ทิศทางเดียว” อาจนำไปสู่การสร้างปัญหาปิดกั้นการพัฒนาในอนาคตในที่สุดก็ได้ 

             ทัศนคติของระบบราชการที่มีต่อการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจนั้น มุ่งสู่ปลายเหตุเป็นเป้าหมายอย่างเด่นชัด เมื่อคิดส่งเสริมปลูกหรือผลิตสิ่งใดก็ตาม จะบอกว่า ปลูกแล้วขายได้เสมอ นโยบายการกำหนดชนิดของพืชเศรษฐกิจ จะใช้มาตรการ มูลค่าการขายในระดับสูงเป็นเครื่องชี้วัด แทนการใช้สาระคุณประโยชน์ในตัวของผลผลิตเองเป็นเครื่องวัด ดังนั้น การกระจายผลิตผลออกไปสู่ชนิดใหม่ๆ เพื่อการขยายวงการผลิตและการตลาด จึงไม่อาจเป็นไปได้มากเท่าที่ควร

 

ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”(11) 

 

             นอกจากนั้นแล้ว งานริเริ่มผลผลิตใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ยาก ไม่ว่านักวิชาการหรือผู้มีผลประโยชน์จากผลิตผลโดยตรง ต่างก็จะเดินรอยตามผลผลิตเดิมเป็นเป้าหมาย สิ่งที่ได้ริเริ่มขึ้นมาใหม่ จะถูกเริ่มต้นจากบุคคล ขาดการจัดโครงสร้างระดับพื้นฐานเพื่อรองรับกระบวนการผลิตที่เหมาะสมในการกระจายผลประโยชน์ด้วยความมีเหตุผล เมื่อมีการริเริ่มโดยเอกชนและสร้างฐานการผลิตโดยเอกชน โครงสร้างและรูปแบบการผลิตในระดับพื้นฐาน จึงมีลักษณะเอื้ออำนวยให้แก่ผลประโยชน์ของเอกชนผู้ริเริ่ม

             ส่วนผู้ซึ่งตามมาภายหลัง ย่อมตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบเสมอ หากผลประโยชน์รวมสู่ระดับสูงพอที่ทางการจะยอมรับและก้าวมาสนับสนุน กระบวนการผลิตนั้นๆ ก็จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนกลุ่มเล็กๆ ผู้ดำเนินการมาก่อนซึ่งสร้างทั้งระบบและอิทธิพลไว้แล้ว กระบวนการราชการซึ่งถูกรองรับด้วยภาษีของคนทั้งประเทศ ก็จะตกอยู่ในสภาวะรับใช้ผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยผู้เหนือด้วยโอกาสเสมอ

 

ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”(11) 

 

             กระบวนการของกลุ่มชนผู้มีพลังทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีพลังในการให้เสียงสนับสนุนและบันดาลผลประโยชน์ให้แก่บุคคลในราชการได้ด้วยน้ำหนักเหนือชาวนาชาวสวน ดังนั้น ระบบและกระบวนการราชการจึงมีลักษณะที่ฟังเสียงประชาชนกลุ่มนี้ด้วย การยกย่องเกษตรกรแทนที่จะยกย่องผู้เสียสละต่อส่วนรวม ตนเองไม่เด่นในผลประโยชน์ส่วนตัว แต่สามารถช่วยเหลือพัฒนาผลประโยชน์ให้แก่กลุ่ม เรายังยกย่องบุคคลผู้ประสพผลสำเร็จส่วนตัวหรือผู้ที่แสดงผลแบบเอาตัวเองรอดได้

            การจัดการในกระบวนการผลิตการเกษตร รวมทั้งในเรื่องกล้วยไม้ จึงตกอยู่ในสภาพที่ลอกแบบสิ่งซึ่งเสมือนตุ๊กตา มาจากที่อื่น ส่วนกลไกหลักนั้น เรามิได้สร้างให้สอดคล้องกันกับสภาวะความเป็นจริงในสังคมของเราเอง และมิได้ปรับปัจจัยอื่นๆ ให้สามารถรองรับระบบที่เหมาะสมได้เลย

           สรุปผลบทเรียนที่ได้รับแต่ต้นจนถึงปัจจุบันซึ่งสะท้อนภาพของปัญหาการพัฒนากิจการกล้วยไม้ของประเทศไทย เพื่อการพิจารณาแก้ไข