
จวกสมาพันธ์ถอนทนายอาสา
โฆษกยธ.ฉะสมาพันธ์ทนายความฯ กรณีร่อนจม.รณรงค์ให้ทนายถอนตัวจากทนายอาสาในหน่วยงานรัฐ ระบุส่งผลกระทบต่อประชาชน-ส่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
12 พ.ย. -- นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทยออกจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงยุติธรรม ยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม คลินิคยุติธรรม และสภาทนายความ โดยรณรงค์ให้ทนายที่ไปร่วมงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ให้ถอนตัวออกจากการเป็นทนายอาสาประจำหน่วยงานของรัฐ เพราะถือเป็นการแย่งหน้าที่ทนายว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในการสอบสวนคดีอาญา โดยให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ทนายความที่รัฐจัดหาให้ได้รับเงินรางวัลตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด ซึ่งจะเห็นได้ว่า กฎหมายกำหนดให้รัฐเป็นผู้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหา พร้อมระบุให้จ่ายเงินแก่ทนายความเป็นรายบุคคลที่รัฐจัดหา ขณะที่สภาทนายความมิใช่หน่วยงานรัฐตาม พ.ร.บ.งบประมาณ. รัฐจึงไม่สามารถนำเงินค่าตอบแทนอยู่หมวดรายจ่ายอื่นไปวางที่สภาทนายความได้
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า กฎหมายไม่ได้มอบให้สภาทนายความเป็นผู้จัดหาทนายความ โดยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขก็ให้กำหนดเป็นกฎกระทรวง เช่น ทนายที่นั่งประจำคลินิกยุติธรรมก็เป็นทนายที่ผ่านการอบรมและเป็นทนายอาสาตามระเบียบของสภาทนายความ รวมไปถึงทนายความที่นั่งประจำที่สำนักงานอัยการจังหวัด ทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายขอแรงชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาลในคดีเยาวชน หากไม่มีทนายอาสาไปนั่งประจำ ประชาชนในจังหวัดต่าง ต้องไปไปหาทนายอาสาที่สำนักงานทนายความ หรือที่ทำการสภาทนายความจังหวัด
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า การที่ประชาชนสามารถมาพบทนายความอาสาที่ผ่านการอบรมจากสภาทนายความฟรี ในหน่วยงานของรัฐ จึงทำให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานบริการและคุณภาพ เสมือนการช่วยกันรักษามาตรฐานและคุณภาพองค์กรสภาทนายความทางอ้อม ดีกว่าไปปล่อยให้ไปพบกันโดยอิสระ โดยที่รัฐเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าตอบแทนรายวันให้สมควรและเพียงพอแก่ศักดิ์ศรีและฐานะของทนายความ แม้ค่าตอบแทนอาจไม่มากนัก คือ 600 บาทต่อวัน แต่ถือเป็นงานอาสาช่วยคนจนตามเจตนารมณ์ของทั้งทนายความและสภาทนายความ โดยที่สภาทนายความก็ยังทรงไว้ซึ่งการเป็นองค์กรควบคุมมาตรฐานทนายอาสาไว้อย่างเต็มที่
"ดังนั้น จึงยังมองไม่เห็นถึงเหตุผลความจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐจะไปแย่งทำหน้าที่แทนทนายความหรือสภาทนายความ แต่กฎหมายบัญญัติให้รัฐจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย รัฐก็ต้องเป็นผู้จัดหา จะคิดหรือทำให้เป็นอย่างไม่ได้ การที่สมาพันธ์ทนายความฯ ออกมารณรงค์ให้ทนายที่ไปร่วมงานหน่วยงานอื่น ๆ ให้ถอนตัวออกจากการเป็นทนายอาสาประจำหน่วยงานของรัฐ เป็นการคิดแบบแยกส่วน นอกจากส่งผลกระทบต่อประชาชนให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ดีและยังอาจเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการยุติธรรมด้วย"รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ



