ข่าว

แจงยิบขั้นตอนฎีกาแดงระบุชัด“ต้องผ่านรัฐบาล”

แจงยิบขั้นตอนฎีกาแดงระบุชัด“ต้องผ่านรัฐบาล”

18 ส.ค. 2552

“รัฐบาล” แจกเอกสารแจงยิบขั้นตอน “ฎีกาแดง” ระบุชัด “ต้องผ่านรบ.” ก่อนถวายความเห็น เมิน “ทักษิณ” วอนใช้หลักรัฐศาสตร์ “ปณิธาน” อ้างนายกฯ สั่งต้องแยกชัด “กฎหมาย” กับ “บริหาร” ยันใช้มาตรฐานเดียว

 (18ส.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้นำเอกสารแผนผังขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.259 , ม.261 และ ม.261 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 23) พ.ศ.2548 มาแจกจ่ายกับสื่อมวลชน โดยม.259 เป็นการยื่นโดยผู้ต้องโทษเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ม.261 กรมราชทัณฑ์เป็นฝ่ายรวบรวมข้อมูลของผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดที่สมควรจะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ ขอให้พระราชทานอภัยโทษกรณีไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว และม.261 ทวิ เป็นกรณีที่รัฐบาลเห็นเป็นการสมควรให้มีการพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลและวาระสำคัญของบ้านเมืองในโอกาสต่างๆ ตามที่กระทรวงยุติธรรมโดยกรมราชทัณฑ์ เสนอให้มีโครงการพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องหาราชทัณฑ์

 นายปณิธาน กล่าวว่า ขั้นตอนตาม ม.259 ระบุว่า ผู้ต้องโทษเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องมีสิทธิยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่าน 4 ช่องทางประกอบด้วย 1.เรือนจำ 2.กระทรวงยุติธรรม 3.สำนักราชเลขาธิการ และ 4.กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกรณีจะเป็นชาวต่างชาติ โดยเรื่องราวที่ทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษทุกเรื่องไม่ว่าจะยื่นผ่านหน่วยงานใดจะต้องส่งเรื่องให้เรือนจำหรือทัณฑสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องโทษดำเนินการสอบสวนและรวบรวมเอกสารทุกกรณี จากนั้นกรมราชทัณฑ์จะส่งต่อให้กระทรวงยุติธรรม แล้วจึงส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายลงนามแล้วส่งต่อไปยังสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย จากนั้นจะแจ้งผลฎีกาไปยังสำนักเลขาธิการครม. โดยนายกฯหรือรองนายกฯลงนาม แล้วจึงส่งต่อไปยังกระทรวงยุติธรรมหรือกรมราชทัณฑ์ ก่อนที่จะเชิญพระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวหรือลดโทษหรือคำสั่งยกฎีกาให้เรือนจำหรือทัณฑสถาน แจ้งผู้ฎีกาทราบและดำเนินการตามพระราชหัตถเลขาหรือคำสั่งยกฎีกา

 “แต่เดิมกฎหมายกำหนดให้ยื่นถวายฎีกาผ่านกรมราชทัณฑ์เพียงแห่งเดียว แต่ต่อมาในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ได้โอนกรมราชทัณฑ์ ให้เป็นหน่วยงานที่ขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม รัฐบาลขณะนั้นจึงแก้ไขกฎหมายให้ยื่นถวายฎีกาผ่านรมว.กระทรวงยุติธรรมโดยตรงได้อีกทางหนึ่ง สำหรับหน้าที่ของรัฐบาลคือ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าฎีกาที่ยื่นมานั้นเป็นฎีกาประเภทไหน 2.รวบรวมเอกสาร และ 3.ถวายความเห็น ถ้ารัฐบาลเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็จะถวายความเห็นไปตามนั้น ระหว่างนี้รัฐบาลมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชนไม่ให้เกิดความสับสน” โฆษกรัฐบาล กล่าว

 ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกร้องให้พิจารณาโดยใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่ใช่หลักนิติศาสตร์ เพียงอย่างเดียว โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นฎีกาฉบับจริง แต่การถวายฎีกาครั้งนี้มีเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ดังนั้นต้องว่ากันตามกฎหมาย นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่าต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างเรื่องทางกฎหมายกับเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหาร จะต้องไม่ให้สองสิ่งผสมปนเปกันเพราะจะทำให้เกิดความสับสน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินหรือไม่ว่าการที่สำนักราชเลขาฯส่งเรื่องกลับมายังรัฐบาลจะเข้าเกมของเสื้อแดงที่ต้องการกดดันรัฐบาล นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นขั้นตอนทางกฎหมายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมก็ชี้แจงแล้วว่าการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษมีกฎหมายควบคุม ซึ่งรัฐบาลก็ปฏิบัติโดยใช้มาตรฐานเดียว