ข่าว

มึน!!โดน“ใบสั่ง”ขับรถเร็วทางไปรษณีย์ทั้งที่รถจอดอยู่ในบ้าน

มึน!!โดน“ใบสั่ง”ขับรถเร็วทางไปรษณีย์ทั้งที่รถจอดอยู่ในบ้าน

09 พ.ย. 2559

สาวใหญ่มึนโดนใบสั่งขับรถเร็วทางไปรษณีย์ทั้งที่รถจอดอยู่ในบ้าน ประสานงานตร.-ขนส่งให้ถอนใบสั่งวอนให้เร่งจับรถติดทะเบียนปลอมหวั่นไปก่ออาชญากรรม


          เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559  ภาพใบสั่งรถเก๋งฮอนด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขต 3218 ชลบุรี ขับด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 2 ใบ มาถึง น.ส.แสงมณี บูชาพันธ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/56 ถนนแสนสุข ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ในฐานะเจ้าของรถให้ไปชำระค่าปรับ เนื่องจากขับรถด้วยความเร็วสูง โดยใบสั่งประกอบไปด้วย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 โดนใบสั่งสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ฐานขับรถด้วยความเร็ว 137 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ กิโลเมตรที่ 44 ขาเข้า ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 โดนใบสั่งศูนย์จัดการจราจรทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ฐานขับรถด้วยความเร็ว 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณถนนบางนา-ชลบุรี ทั้งที่รถเก๋งคันดังกล่าวช่วงวันที่ 5 และ 6 พฤศจิกายน จอดอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ขับไปไหน

          น.ส.แสงมณี บูชาพันธ์ เจ้าของรถเก๋งกล่าวว่า ปกติตนขับรถเก๋งไม่เป็น หากจะเดินทางไปไหนจะให้ นายเทพวิท อมรนันทวัฒนะ อายุ 47 ปี ญาติสนิทมาขับรถให้ ที่สำคัญช่วง 2 วัน ที่มีใบสั่งออกมานั้นรถคันดังกล่าวไม่ได้วิ่งไปไหน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นได้พยายามประสานงานกับทางตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ และขนส่งจังหวัดชลบุรี เพื่อให้ถอนคำสั่ง ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานรับปากว่าจะดำเนินการถอนใบสั่งออกจากระบบ ซึ่งยังไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เกิดความชัดเจนจึงได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานอีกที่ สภ.แสนสุข

          นายเทพวิท อมรนันทวัฒนะ กล่าวว่า จากการที่มีใบสั่งออกมา 2 ใบเจ้าของรถก็กังวลใจ เพราะขับรถเองก็ไม่เป็นตนจะเป็นคนขับ สำหรับภาพถ่ายในใบสั่งเป็นรถรุ่นเดียวกัน แต่ยังมีจุดที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด 4 จุดคือ กระจังหน้ารถ กระจกมองข้าง กันชนรถ และกรอบป้ายทะเบียนรถ เพราะสถาพรถที่ถูกออกใบสั่งนั้นเป็นรถแต่งซิ่ง จึงได้มีการประสานงานกับตำรวจพื้นที่เกิดเหตุและขนส่งจังหวัดชลบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาไปแล้ว อย่างไรก็ตามอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการจับกุมรถเก๋งคันดังกล่าวด้วย เพราะใช้ทะเบียนปลอม หากไปก่อเหตุอาชญากรรมความเดือดร้อนก็จะมาตกที่เจ้าของรถอีก จึงอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการจับกุม เพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต