
ตร.จ่อเรียกเพื่อน“น๊อต”ให้ปากคำ
ตร.จ่อเรียกเพื่อน“น็อต”อยู่ในเหตุการณ์ทำร้าย-บังคับหนุ่มขับจยย.กราบรถให้ปากคำ รอแพทย์ระบุอาการเจ็บหากสาหัสแจ้งข้อหาเพิ่ม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พ.ย.59 ที่ นักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล (ผบก.น.) 6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนระหว่างรถยนต์เก๋งมินิคูเปอร์ สีเหลือง กับ รถจักรยานยนต์ โดยปรากฏคลิปการกระชากคอเสื้อทำร้ายร่างกาย และบังคับให้กราบรถ ระหว่างนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ “น็อต” ที่รู้จักกันในวงการบันเทิงคือ “น๊อต เวคคลับ” พิธีกรรถโรงเรียน ทางช่องจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ 25 กับ นายกิตติศักดิ์ สิงห์โต หรือ “บอย” อายุ 25 ปี อาชีพฝ่ายคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน ที่ต่อมาพบว่านายกิตติศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บ โดยสังคมออนไลน์มีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง จนเกิดวลี “กราบรถกู” ว่า เบื้องต้นนายกิตติศักดิ์ หรือบอย ได้ทำการผ่าตัดจมูก ซึ่งต้องรอดูว่าแพทย์จะลงความเห็นอย่างไร ถ้าหากแพทย์ระบุอาการสาหัส ทางพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา จะได้เรียกตัวมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในข้อหาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส
พล.ต.ต.ทรงพล กว่าวอีกว่า เมื่อวานที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เรียกนายอัครณัฐ หรือ “น็อต” มาครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มในข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย
ส่วนจะเรียกเพื่อนของนายอัครณัฐซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนด้วยหรือไม่นั้น ได้กำชับไปยังพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในคดีต้องมีทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล นอกจากนี้ยังมีการตรวจเช็กกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุด้วย อย่างไรก็ตามกรณีที่เพื่อนของนายอัครณัฐที่ไม่ห้ามปรามถือว่ามีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูรายระเอียดอีกครั้งว่า เขาได้สั่งการหรือไม่ ต้องดูพฤติกรรมโดยรวมประกอบ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพิจารณาจากคลิปที่ปรากฏ เพื่อนของนายอัครณัฐ พยายามบอกกับคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ว่า ไม่ให้พูดอะไรนั้น ต้องถูกพิจารณาเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพล บอกว่า เรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนนี้ด้วย ถ้าเข้าข่ายต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการสอบสวนของพนักงานสอบ ส่วนจะมีการพิจารณาพักใช้ใบขับขี่ของนายอัครณัฐหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนในการใช้ดุลยพินิจ โดยปกติจะยึดในกรณีที่ขับรถขณะเมาสุรา หรือขับรถเป็นที่น่าหวาดเสียวเท่านั้น แต่ในกรณีดังกล่าวต้องให้ความเป็นธรรม ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน



