
วัตถุดิบถูก..สินค้าแพง
โดย - ดลมนัส กาเจ
แม้ช่วงนี้ราคาข้าวกำลังตกต่ำ แต่เห็นน้ำใจของคนไทยด้วยกัน ที่ยืนมือมาช่วยเหลือแล้ว รู้สึกอบอุ่นที่คนไทยเราไม่ทิ้งกัน ตอนนี้ถ้ากลุ่มเกษตรกรที่ผลิต และสีข้าวขายเองไม่ว่าจะเป็นนามของกลุ่ม หรือวิสาหกิจชุมชนก็ได้ หากสนใจที่จะขายข้าวสาร ทางหน่วยงานกองทัพอากาศ ร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ได้จัดที่สำหรับเกษตรกรที่ขายข้าวสารที่สีข้าวขายเอง ไปขายในกองทัพอากาศ ซึ่งมีกำลังพลนับหมื่นๆนายครับ สามารถขายได้อาทิตย์ละ 40 ราย สนใจแจ้งชื่อได้ที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยโทร.0-2940-5426 และ 0-86340-1713 ครับ
ที่จริงช่วงนี้ไม่ใช่เฉพาะข้าวเท่านั้นที่ราคาตกต่ำ ข้าวโพดเลี้ยงก็ตกต่ำเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้ออกหนังสือเวียนถึงสมาชิกทุกคนหลังจากหารือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในมีการกำหนดแนวทางหลักในการแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำดังนี้ครับ
1.ขอให้สมาชิกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่นำเข้าข้าวสาลีมีการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม ในอัตราส่วน 1:1.5 (นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยวสัตว์ 1.5 ส่วน) เพื่อมีช่องทางระบายข้าวโพดและแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน
2.กรมการค้าภายในจะเชิญบริษัทที่มีการนำเข้าข้าวสาลีมากและไม่ให้ความร่วมมือในการซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตามอัตราส่วนที่เหมาะสม มาหารือพูดคุยเพื่อกำหนดแนวทางเป็นรายบริษัท และ 3.สมาคมฯได้นำเสนอให้พิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับจัดเก็บสต๊อกข้าวโพดให้นานขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์จะรับเรื่องฯไปพิจารณา
กระนั้น หากเป็นคนที่อยู่ในวงการค้านข้าวโพดเลี้ยงจะท้วงทันทีว่า เรื่องของเรื่องยังมีพวก “เตะถ่วง” ที่ไม่ได้เผยตัว ที่เป็นต้นเหตุ เพราะในธุรกิจนี้ยังมี “พ่อค้าพืชไร่” หรือ พ่อค้าคนกลางที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร แล้วตอนนี้ กลุ่มคนเหล่านี้หายไปไหน?
ทำไมกระทรวงพาณิชย์ไม่เชิญสมาคมการค้าข้าวโพดที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือด้วย เพราะพ่อค้าพืชไร่กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรแล้วนำไปขายต่อให้กับผู้ผลิตอาหารสัตว์ ปีที่แล้วออกมารับซื้อกันโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะราคาตลาดโลกดีจากภัยแล้งทั่วโลก ผลผลิตน้อย ค้าขายมีกำไร ทำให้มีการเก็บสต๊อกไว้ส่งออก
ปีนี้สถานการณ์ข้าวโพด ผลผลิตโลกเพิ่มขึ้น 6.9% โดยสหรัฐอเมิกา และอาร์เจนติน่า ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่มีการเก็บสต๊อกไว้กว่า 200 ล้านตัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพดเพิ่มเติมในปีนี้ ทำให้ราคาในตลาดโลกปีนี้ลดลงเหลือประมาณ6-6.75 บาทต่อกิโลกรัม (ราคาเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ราคา 218 เหรียญสหรัฐต่อตัน) จากปีที่ผ่านมาราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.13 บาทต่อกิโลกรัม (ราคาเฉลี่ย 271 เหรียญสหรัฐต่อตัน)
จากสถานการณ์ผลผลิตโลกเพิ่มขึ้นและราคาในตลาดโลกตกต่ำ ส่งผลให้พ่อค้าคนกลางเร่งระบายสต๊อกของตัวเองออกสู่ตลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากราคาตกต่ำทั้งในประเทศและตลาดโลก และหยุดการรับซื้อจากเกษตรกร ปัญหายิ่งจึงถาโถมเกษตกรรับไปเต็มๆ ครับ
มีการคาดการณ์ว่าผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดช่วงตุลาคม-ธันวาคม มีราว 1 ล้านตันต่อเดือน แต่ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีเพียง 6 แสนตันต่อเดือน เท่านั้น
ปัญหามีอยู่ว่า ตอนนี้ทั้งข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาตกต่ำ ราคาน้ำมันก็ลดลงนานแล้ว แต่ข้าวสาร และอาหารสัตว์ยังแพงอยู่ เมื่อต้นทุนต่ำลง สินค้าแปรรูปควรจะลดบ้าง กระทรวงพาณิชย์ควรพิจารราประเด็นนี้ด้วยครับ!



