ข่าว

อนุก.ตร.เรียกรองผกก.เพชรบุรีสอบที่แท้คนปชป.

อนุก.ตร.เรียกรองผกก.เพชรบุรีสอบที่แท้คนปชป.

18 ส.ค. 2552

อภิสิทธิ์ พร้อมทวงทางความคืบหน้ากรณีถอดยศ "ทักษิณ" จากทางสตช. โยนให้ถาม "สุเทพ" จะให้พัชรวาทไปปฏิบัติราชการที่ไหนต่อ ด้าน "บิ๊กป๊อด" ประกาศสู้ -ไม่ไปไหนพร้อมเข้าชี้แจงป.ป.ช.พรุ่งนี้ “ศิริโชค" เผยได้ข้อมูลอีกเพียบ -ก.ตร.หนุนแฉเซ็งลี้ตำแหน่ง "อัศวิน"ระบุผู

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.)ว่า กำลังให้นัดเวลาประชุม แต่ไม่เกินสัปดาห์หน้าแน่นอน

 เมื่อถามว่าการประชุมกตช.นอกจากดูเรื่องนโยบายตำรวจแล้ว ในฐานะที่นายกฯเป็นประธานกตช.จะติดตามเกี่ยวกับเรื่องการถอดยศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่ เพราะตอนนี้ยืดเยื้อยาวนานจนพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จะเกษียณอายุราชการแล้ว ยังไม่มีผลงานเรื่องนี้เลยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าอยากทราบเดี๋ยวตนสอบถามให้ได้ว่า ขั้นตอนอยู่ที่ไหน แต่คงไม่ใช่เรื่องของ กตช. ซึ่งกตช.ดูเรื่องนโยบายภาพรวมและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หากสนใจเรื่องนี้ ก็ไม่เป็นไร จะสอบถามให้

 เมื่อถามว่า การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไมมีอุปสรรคและไม่เหมือนนายทหาร - ตำรวจทั่วๆไปที่ถูกถอดยศอย่างรวดเร็ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้เคยมีการชี้แจงและตอบกระทู้ถามอยู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมุมมองในเรื่องข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอยู่ แต่ถ้าติดใจจะไปสอบถามให้ เมื่อถามว่า ทราบว่าเรื่องนี้ผ่านระดับวินัยในส่วนของ สตช.แล้ว แต่ติดค้างอยู่ที่ผบ.ตร.ในการพิจารณา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะสอบถามให้ว่าไปอยู่ที่ไหน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.กลับจากราชการที่ภาคใต้แล้ว ตอนนี้คล้ายว่า มีผบ.ตร.สองคน และข้าราชการตำรวจบอกว่าไม่รู้จะส่งหนังสือให้ใครลงนาม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี ผบ.ตร.มีคนเดียว เมื่อพล.อ.พัชรวาท กลับมาตำแหน่งรักษาราชการแทนผบ.ตร.ก็ไม่มี แต่ถ้าผบ.ตร.ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ก็ต้องมีผู้รักษาราชการแทน ผบ.ตร.มันเป็นระบบปกติ

 เมื่อถามว่าจะให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ไปปฏิบัติหน้าที่จังหวัดไหนต่ออีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องสอบถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่า มีรายงานว่าจะให้ผบ.ตร.ไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องสอบถามนายสุเทพ เวลานี้ยังไม่เห็นเรื่อง

"พัชรวาท"เรียก"วิเชียร"พบแจ้งมาทำงานแล้ว

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตร.)   เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท ได้เรียกพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ 10) รรท.ผบ.ตร. เข้าพบที่ ห้องสำนักงานผบ.ตร. ชั้น 7 อาคาร 1 โดยใช้เวลาการพูดคุยกันประมาณ 15 นาที พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวภายหลังการเข้าพบหารือ ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้เรียกตนเพื่อแจ้งให้ทราบว่าได้กลับมาปฏิบัติราชการตามปกติแล้ว ตนก็กลับไปปฎิบัติราชการในตำแหน่งที่ปรึกษา ( สบ 10 ) ตามเดิม ส่วนเรื่องการทำหนังสือเวียนแจ้งไปยัง บช.ต่างๆ ยังไม่ได้มีการทำ เพียงแต่เป็นการแจ้งด้วยวาจาเท่านั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับคณะทำงานจัดทำบัญชีข้อมูลแต่งตั้ง ที่พล.ต.อ.วิเชียร มีคำสั่งให้ตั้งขึ้นมาหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ท่านเพียงแค่แจ้งให้ทราบว่า ท่านมาทำงานตามปกติแล้ว เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี จะสั่งการผบ.ตร. ไปราชการที่ใด อีกหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

"บิ๊กป๊อด"ยันไม่ไปไหนพร้อมเข้าชี้แจงป.ป.ช.พรุ่งนี้

 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.พัชรวาท  ได้เรียกพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษาสบ.10 ไปสอบถามถึงสาเหตุที่ตั้งให้พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งที่ยกเว้นหลักเกณฑ์ โดยพล.ต.อ.วิเชียร ได้แจ้งกลับถึงสาเหตุว่า เพราะต้องการให้มีชุดทำงานช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากว่ากรอบระยะเวลาการแต่งตั้งกระชั้นชิด อีกทั้งเมื่อถามหาบัญชีแต่งตั้งที่พล.ต.อ.พัชรวาททำไว้ก็ได้รับคำตอบจากพล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าบัญชีแต่งตั้งส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ไปเมื่อครั้งไปไหม้สำนักงานก่อนหน้านี้ และมีการเสนอให้ผบ.ตร.สามารถยกเลิกคำสั่งชุดทำงานของพล.ต.อ.ปทีปได้ ตามอำนาจหน้าที่

 “ผบ.ตร.ยังแจ้งว่าต่อไปนี้ตัวเองจะไม่ไปไหนแล้ว จะปลดก็ปลด จะสู้แล้ว วันพรุ่งนี้ก็จะเดินทางไปพบ ป.ป.ช. เพื่อชี้แจงคดีวันที่ 7 ตุลาคม” รายงานข่าวระบุ

 ขณะที่รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในเวลา 14.00น. วันเดียวกันนี้ จะมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ขึ้น ที่ทำการพรรคปชป เพื่อเสนอชื่อผู้สมควรขึ้นเป็นผบ.ตร.คนต่อไป เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณานำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ในเวลา 16.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ทั้งนี้มี่รายงานว่าที่ประชุมส.ส.ปชป.จะเสนอชื่อของ พล.ต.อ.ปทีป และ พล.ต.อ.วิเชียร ขึ้นเป็นผบ.ตร.

โฆษกตร.ขอตรวจสอบกรณีให้ลูกสาวผบ.ตร.ติดยศ ร.ต.ต.

 จากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนร้องต่อ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ที่แต่งตั้งส.ต.ต.หญิงนวพร วงษ์สุวรรณ ผบ.หมู่ ฝ่ายการต่างประเทศ 3 ตท.ลูกสาวให้เป็นนายร้อย ซึ่งขณะนี้อบรมอยู่

 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดทราบจากข่าวสั้นๆเท่านั้น

 
 ทั้งนี้สำหรับส.ต.ต.หญิงนวพร  นั้น อายุ 24 ปี การศึกษาวุฒิปริญญาโท จากประเทศออสเตรเรีย เข้ารับการอบรมปลายเดือนมิถุนายน 2552 ในหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจหรือบุคคลภายนอกที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.30) ซึ่งใช้เวลาการฝึกอบรม 4 เดือนโดยจะสอบปลายภาคต้นเดือนกันยายน จากนั้นก็บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรต่อไป

  สำหรับรุ่นนี้ฝึกอบรมทั้งหมด 50 นาย ส่วนใหญ่เป็นลูกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งลูกสาวพล.ต.อ.พัชรวาทก็ได้รับการฝึกอบรมจากบุคคลภายในเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมาก่อน

 สำหรับหลักสูตรนี้ส่วนใหญ่จะเปิดให้กับลูกหลานนามสกุลดังๆ ลูกนักธุรกิจ  นักการเมือง นายทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้ง

"พัชรวาท"ยังยิ้มได้ถูกถามถึงลูกสาวติดยศร.ต.ต.

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท ได้เดินทางออกจากสำนักงานผบ.ตร. อาคาร 1 ชั้น 7  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่สตช.แล้ว  โดย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนจำนวนหนึ่งเข้าไป ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมาธิการฯเพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจต่อการแต่งตั้งลูกสาว ให้เป็นนายร้อย นั้น พล.ต.อ.พัชรวาท ไม่ตอบคำถามเพียงยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น

 เมื่อถามว่าจะเข้าไปชี้แจงข้อมูลต่อปปช. กรณีเหตุการณ์ 7 ต.ค. พรุ่งนี้หรือไม่  พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวสั้น ๆ ว่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

“ศิริโชค"เผยก.ตร.ตำรวจหนุนแฉเซ็งลี้ตำแหน่ง

 นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินทางไปให้ชี้แจงต่อ อนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) ชุดนายสมศักดิ์ บุญทอง อดีตรองอัยการสูงสุดเป็นประธานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า หลังจากที่ตนชี้แจงต่ออนุ ก.ตร.เสร็จสิ้น   ก็มี ก.ตร. คนหนึ่งเดินออกมาส่งตนลงลิฟท์ พร้อมได้กล่าวขอบคุณตนที่ออกมาเปิดเผยเรื่องการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจโดยระบุว่า “ขอขอบคุณมาก ที่ท่านกล้าเปิดเผยเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่ตำรวจชั้นผู้น้อยส่วนใหญ่ต่างอึดอัดกับความไม่เป็นธรรมในระบบการโยกย้ายมานาน   เนื่องจากไม่ได้พิจารณาที่ผลงานแต่กลับไปดูกันว่าเป็นเด็กของใคร มาเส้นสายไหนและใช้เงินทองเป็นหลัก” ซึ่งตนก็ได้บอก ก.ตร.ท่านนั้นไปว่า การที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้สามารถที่จะปฏิรูประบบการโยกย้ายตำรวจ   ให้เกิดความเป็นธรรมและทำให้ สตช. เป็นที่พึ่งของประชาชนได้        
                                   
 นายศิริโชค กล่าวว่า หลังจากที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ปรากฏว่า   ยังมีข้าราชการตำรวจจำนวนมากส่งข้อมูลมาให้จำนวนมาก   ส่วนใหญ่เป็นการระบุพฤติการณ์ การวิ่งเต้นต่อสายโยงใยในทุกพื้นที่   โดยมีการระบุชื่อ ตำแหน่ง ของบุคคลนั้นๆ แต่ตนต้องตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาอีกครั้งหนึ่งก่อนเพื่อความรอบครอบและสมบูรณ์    

 "อยากเรียกร้องให้ตำรวจน้ำดี ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมาต่อสู้กับระบบดังกล่าวเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและภาพลักษณ์ของสตช.เพื่อจะได้เป็นสถาบันหลักต่อไป"

อนุก.ตร.เรียกรองผกก.เพชรบุรีสอบที่แท้คนปชป.

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในเวลา 10.00น. วันที่ 19 สิงหาคม คณะอุนกรรมการข้าราชการตำรวจ(อนุก.ตร.) ซึ่งมีนายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานได้นัดประชุมอีกครั้ง โดยจะเรียกพ.ต.ท.วีรยศ ชื่นกลิ่นธูปศิริ  รอง ผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม.สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่นายศิริโชค โสภา ระบุว่าเป็นผู้เสียหายในการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้าย  โดยให้ข้อมูลเป็นเอกสารที่พ.ต.ท.วีรยศ เคยยื่นต่อศาลปกครอง ที่เรื่องจบไปแล้ว  ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าพ.ต.ท.วีรยศ มีชื่อเดิมว่าวีรระ ชื่นกลิ่นธูป  เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่  34 และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครปฐม

"อัศวิน"ระบุผู้ต้องหายิง" สนธิ"อยู่ในพื้นที่ต้องห้าม

  พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร.  กล่าว ถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ตอนนี้ได้มีการติดตามผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกออกหมายจับมาโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามควานหาทุกพื้นที่ มีการจัดชุดติดตามผู้ต้องหา 1 คนต่อชุดติดตามหนึ่งชุด ซึ่งเราก็พอจะรู้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่ที่ไหนขณะนี้ยังอยู่ในประเทศไทย แต่เป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ตามกฎหมายระบุว่าไม่สามารถออกหมายค้นได้

องค์กรสิทธิฯยื่นหนังสือถึง"มาร์ค"ขอให้ปฏิรูปสตช.-DSI

 เมื่อเวลา 14.30 น.นายเมธา มาศขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษชน นายสุณัย ผาสุข ตัวเเทนองค์การ Human Rights Watch นางพิกุล พรหมจันทร์ เเละนายประเสริฐ เหล่าโภพันธุ์ ญาติผู้เสียหายจาการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เเละ นส.ประทับจิตร นีละไพจิตร คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ได้ยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ ที่ด้านหน้าตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ปฏิรูปตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ

 ทั้งนี้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานคดีสิทธิมนุษยชน หยุดวัฒนธรรมไม่ต้องรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอำนาจ ผู้กระทำผิดต้องไม่ลอยนวล เช่นคดีเชอรี่ แอนน์ ดันแคน คดีนายสมชาย นีละไพจิตร คดีช็อตไข่ที่จ.อยุธยา และคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เป็นต้น

 ตัวแทนองค์กรสิทธิฯ ได้เรียกร้องว่า 1.ขอให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง 2.ขอให้ปฏิรูปการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ3.ขอให้สร้างบรรทัดฐานคดีสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ

 นายอภิสิทธิ์กล่าวหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า จะพยายามติดตามการสืบสวนคดีต่าง ๆ ให้โปร่งใสเเละพยายามสะสางคดีเก่า ๆ เท่าที่สามารถกระทำได้ เเละยืนยันว่า จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการใช้อำนาจเข้าเเทรกเเซงคดีที่มาร้องเรียน


หมายเหตุ - ติดตามข่าวจากเว็บไวต์คมชัดลึกผ่านเว็บไวต์ทวิตเตอร์ได้ที่ http://twitter.com/kom_chad_luek