ข่าว

โครงสร้างประชากรในสหรัฐ มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร

โครงสร้างประชากรในสหรัฐ มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร

08 พ.ย. 2559

รู้จักกับคะแนนเสียง 5 กลุ่มหลักในศึกเลือกตั้งสหรัฐ

 

            โครงสร้างประชากรในสหรัฐ มีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้สมัคร เช่น คนกลุ่มน้อยและคนรุ่นใหม่ หากออกมาใช้สิทธิมาก หมายถึงข่าวดีสำหรับฮิลลารี คลินตัน เพราะคนกลุ่มนี้มักเลือกพรรคที่มีแนวนโยบายซ้าย-กลางอย่างเดโมแครต ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีความหวังเช่นกันว่าจะสามารถกระตุ้นให้แฟนพันธุ์แท้พรรคอนุรักษ์นิยมรีพับลิกัน ออกมาใช้สิทธิมากขึ้น ตลอดจนหวังคะแนนจากคนกลุ่มใหม่ๆ ที่ทุกข์ระทมกับความตกต่่ำทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

            โดยสรุป ผู้ใช้สิทธิสหรัฐแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก

             ฮิสแปนิก หรือกลุ่มคนพูดสเปน เป็นประชากรที่มีอัตราขยายตัวเร็วที่สุดในสหรัฐ และมีสัดส่วนคนรุ่นใหม่ไม่น้อย คนกลุ่มนี้สนับสนุนบารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ด้วยคะแนนทิ้งห่างในปี 2012 แต่จำนวนการออกมาใช้สิทธิไม่สูงนัก ราว 48 % เท่านั้น พรรคเดโมแครตจึงพยายามดึงคนกลุ่มนี้ออกมาลงคะแนนให้มากที่สุด

 

โครงสร้างประชากรในสหรัฐ มีผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร

( ป้ายเชิญชวนฮิสแปนิกออกมาใช้สิทธิ์  ภาพ AFP ) 

            คนกลุ่มพูดสเปนยิ่งทวีความสำคัญในรัฐฟลอริดา หนึ่งในรัฐที่ยากชี้ผลแพ้ชนะมากที่สุด ชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาในฟลอริดาจำนวนมากมักสนับสนุนรีพับลิกัน แต่คนเชื้อสายเปอร์โตริโกมีแนวโน้มเทคะแนนให้กับเดโมแครต ขณะเดียวกัน วาทะกรรมต่อต้านผู้อพยพของทรัมป์โดยเฉพาะผู้อพยพชาวเม็กซิกันและสัญญาจะสร้างกำแพงชายแดน อาจมีผลเพิ่มยอดใช้สิทธิของประชากรพูดสเปนซึ่งจะทำให้คลินตันได้เปรียบในรัฐอื่น อาทิ โคโรลาโด แอริโซนา และเนวาดา

             อเมริกัน-แอฟริกัน เป็นฐานเสียงเหนียวแน่นที่สุดของพรรคเดโมแครตมาตั้งแต่ศตวรรษที่แล้ว เนื่องจากเป็นพรรคที่สนับสนุนและผลักดันกฎหมายสิทธิพลเรือนฉบับประวัติศาสตร์ ในศึกเลือกตั้งปี 2012 นั้น ชาวอเมริกันผิวดำเทคะแนนเลือกบารัก โอบามา กลับมานั่งเก้าอี้สมัยที่สองถึง 95% และฮิลลารี คลินตัน หวังว่าคนกล่มนี้จะออกมาใช้สิทธิเพื่อเธอเช่นกัน แม้ว่ายากจะเห็นการมีส่วนร่วมอย่างเป็นประวัติการณ์แบบที่ให้กับโอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรก อัตราการใช้สิทธิของประชากรกลุ่มนี้ลดลงเล็กน้อยในปี 2012 อยู่ที่ 66% แต่ยังคงสูงกว่าการเลือกตั้งในอดีต

 

            ผู้หญิง  เป็นจุดอ่อนของทรัมป์ ยิ่งหลังจากมีการปล่อยคลิปเสียงและวิดีโอที่เผยว่ามหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์และพิธีกรรายการเรียลริตีโชว์ เคยพูดโอ้อวดเรื่องการลวนลามผู้หญิงอย่างไรก็ได้เมื่อเป็นคนดังเมื่อ 11 ปีก่อน ตามด้วยผู้หญิงอย่างน้อย 10 คน ออกมาอ้างว่าเคยถูกผู้สมัครชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวของพรรครีพับลิกันเคยทำมิดีมิร้ายด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างสองผู้สมัคร
ผลหยั่งเสียงส่วนใหญ่ชี้ว่า คลินตันได้คะแนนสนับสนุนจากลุ่มสตรีมากกว่าคู่แข่งเป็นเลขสองหลัก แต่ทรัมป์เป็นที่นิยมมากกว่าในกลุ่มผู้ชาย 


            คลินตันที่อาจจะเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ ไม่ได้ชูเรื่องความเป็นผู้หญิงคนแรก แต่ขายนโยบายโดนใจ เช่น ค่าจ้างเท่าเทียม สิทธิลาคลอดและการทำแท้ง ขณะที่ทรัมป์ ไม่ให้น้ำหนักกับโพลล์ เคยบอกกับฟอกซ์นิวส์ว่า เขาไม่เชื่อผลสำรวจและคิดว่าผู้หญิงต้องการให้เขาเป็นผู้ที่สร้างความปลอดภัยแก่พวกเธอมากกว่า

            คริสเตียน อีแวนเจลิคอล เป็นฐานเสียงกลุ่มก้อนสำคัญของรีพับลิกันมานานหลายทศวรรษ แต่การเปิดโปงพฤติกรรมการปฏิบัติต่อผู้หญิงของทรัมป์ เป็นเหตุให้ผู้นำคริสต์นิกายนี้หลายคนเลิกสนับสนุนผู้สมัครของพรรค ขณะอีกส่วนอาจเลือกไม่ออกจากบ้าน เพราะไม่มีผู้สมัครคนไหนถูกใจ หรือมีนโยบายที่เข้ากันได้กับพวกเขา

            ชายผิวขาวที่ไม่ได้จบระดับวิทยาลัย เป็นศูนย์กลางการหาเสียงของทรัมป์มาตลอด ประชากรกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากจากตำแหน่งงานในภาคการผลิตลดลง และขานรับท่าทีอเมริกาต้องมาก่อน และต่อต้านการค้าเสรีของทรัมป์

        แม้ว่าโดยธรรมเนียม สหภาพแรงงานมักหนุนเดโมแครต แต่ชนชั้นทำงานผิวขาวจำนวนมากอาจเอนไปทางขวา หรือเลือกไม่ออกไปโหวตเลย แต่ทรัมป์หวังว่า จะผลักดันให้คนที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิในครั้งก่อน ออกมาในคราวนี้ หากได้ผล ก็อาจช่วยหนุนทรัมป์ในรัฐที่ยังคาดการณ์ผลไม่ได้หรือสวิงสเตท ในแถบที่เรียกว่า สนิมเกาะ หรือแถบอุตสาหกรรมที่เคยรุ่งเรืองแต่เสื่อมถอยแล้ว อย่างโอไฮโอ และ เพนซิลวาเนีย