
เส้นทางสู่ทำเนียบขาว ..ฮิลลารี คลินตัน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกาคนที่ 45 คือนางฮิลลารี คลินตัน .. มาดูเส้นทางสู่ทำเนียบขาวของเธอกัน กว่าเธอจะมาถึงวันนี้ เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง
แม้กรณีอีเมล์อื้อฉาวตามหลอกหลอน กรณีที่เธอใช้อีเมล์ส่วนตัวเมื่อสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ในการติดต่อเรื่องความลับของราชการ ก็ไม่ได้ทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงทิ้งเธอไปแต่อย่างใด.. และทำให้ ฮิลลารี คลินตัน กลายเป็น "ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ" ได้สำเร็จ
ฮิลลารี คลินตัน มีชื่อจริงว่า "ฮิลลารี ไดแอน ร็อดแฮม" เกิดวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2490 อายุ 69 ปี
การเป็นคู่สมรสของบิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ทำให้เธอได้รับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ในช่วงระหว่างปี 2536 - 2544 ไปโดยปริยาย
เธอจบรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยสตรีเวลเลสลีย์ เมื่อปี 2512 และไปต่อกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเยล ทำให้ได้พบบิล คลินตัน ที่กำลังเรียนกฎหมายอยู่ ทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อปี 2518 มีลูกสาวคนเดียวคือ เชลซี
ตอนที่บิล คลินตัน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2536 ฮิลลารีเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนแรก ที่จบการศึกษาระดับปริญญา และยังถูกวิจารณ์ว่า เข้ามามีบทบาทในการทำงานของฝ่ายบริหารด้วย แต่คนที่เลือกบิล คลินตัน ก็รู้กันดี เพราะสโลแกนหาเสียงของเขา คือ "ซื้อหนึ่งได้ถึงสอง" และนี่คือที่มาของคำเปรียบเปรยที่ว่า "ประธานาธิบดีร่วม"
หลังอำลาตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฮิลลารีได้เลือกเดินเส้นทางการเมือง โดยลงเลือกตั้งวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์ค เมื่อปี 2543 กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนแรกที่ลงรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกถึง 2 สมัย
จนกระทั่ง ต่อมาปี 2551 เธอประกาศการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี 2551 และเป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงสมัครเป็นตัวแทนของพรรคใหญ่ระดับชาติ โดยชูนโยบาย "ประสบการณ์" แต่ต้องพ่ายให้แก่วุฒิสมาชิกบารัก โอบามา จากรัฐอิลลินอยส์ ที่ก้าวขึ้นไปเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 และได้เสนอตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 67 ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งนี้ในช่วงระหว่างปี 2552-2556
( ฮิลลารีให้การเหตุโจมตีสถานกงสุลในเบงกาซี ที่รัฐสภา )
เธอได้เผชิญสถานการณ์โลกที่ท้าทาย รวมทั้ง การประท้วงที่อิยิปต์, อาหรับ สปริงส์ และสงครามกลางเมืองในลิเบีย ที่ส่งผลสะท้อนกลับ เมื่อเกิดเหตุบุกโจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเบงกาซี ที่ทำให้จอห์น สตีเวนส์ ทูตสหรัฐฯ เสียชีวิต ซึ่งเธอต้องเข้าให้ปากคำปกป้องความเป็นผู้นำสูงสุดทางการทูตสหรัฐฯ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้เครดิตในฐานะหนึ่งในฝ่ายบริหารที่ร่วมแผนปลิดชีพโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำอัล ไกดาด้วย
หลังจากรอเวลามา 8 ปี ฮิลลารีหวนกลับมาที่เส้นทางสู่เก้าอี้ทำเนียบขาวอีกครั้ง และเธอก็ทำได้สำเร็จ แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันจากหลายอย่าง ทั้งคะแนนความนิยมในตัวเธอที่ค่อนข้างตกต่ำ เพราะเธอมีท่าทีที่แข็งกร้าวกว่านโยบายของพรรค จนทำให้หลายฝ่ายคาดว่า หากเธอขึ้นเป็นผู้นำ จะไม่ทำให้สงครามที่เกิดขึ้นสงบได้โดยง่าย
.. แต่แม้จะมีข้อสบประมาทมากมาย สุดท้าย เธอก็ฟันฝ่า จนกลายมาเป็น “ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ” ได้เป็นผลสำเร็จ
ข้อมูลจาก Nation TV



