ข่าว

กกต.เลื่อนฟัน44ส.ส.ถือหุ้นสัมปทานรัฐ

กกต.เลื่อนฟัน44ส.ส.ถือหุ้นสัมปทานรัฐ

18 ส.ค. 2552

(18ส.ค.)  นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการไต่สวน กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ขอให้ กกต.ตรวจสอบสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง มาตรา 106 ( 6 ) ของรัฐธรรมนูญ ของ 44 ส.ส. เนื่องจากถือครองหุ้นต้องห้ามในธุรกิจสื่อฯ และบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 และมาตรา 265 โดยมีมติให้เลขาคณะกรรมการไต่สวนฯ ไปดำเนินการปรับปรุง รายละเอียดต่างๆให้เรียบร้อย โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดกลุ่ม ว่าบริษัทใดบ้างที่เป็นบริษัทเข้าข่ายห้าม ส.ส. ส.ว.เข้าไปถือครองหุ้นเพิ่มเติม จากเดิม 18 บริษัท ที่ กกต.ได้เคยมีมติไว้ และบริษัทใดบ้างที่ ส.ส.ผู้ถูกร้องเข้าไปถือหุ้นกู้ หุ้นสามัญ และบริษัทใดบ้างที่พบว่าคู่สมรสของผู้ถูกร้องเข้าไปถือหุ้น และเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้ให้ดำเนินการโดยเร็วและเสนอต่อประธาน กกต.ภายในวันที่ 25 สิงหาคม

 “ในการพิจารณาของที่ประชุม หลังคณะกรรมการไต่สวนฯได้นำเสนอรายงานแล้ว ก็มีคำถามมากมายในประเด็นดังกล่าวจากที่ประชุม รวมทั้งคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็มีการเสนอเอกสารเพิ่มเติม โดยเป็นเอกสารของผู้ถูกร้องที่เสนอเข้ามา ประกอบกับบริษัทที่คณะกรรมการไต่สวนฯ ตรวจสอบนั้นมีจำนวนมากถึง 753 บริษัท และคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็ยอมรับว่ามีข้อความของรายงานที่มีความคลาดเคลื่อน ต้องการปรับปรุง ที่ประชุม จึงเห็นว่าหากเอกสารไม่ชัดเจนครบถ้วนก็จะมีผลต่อการวินิจฉัย ซึ่งขอยืนยันว่าเรื่องนี้ กกต.ไม่ได้ต้องการที่จะยื้อเวลาแต่อย่างใด และการที่ให้เลขาคณะกรรมการฯไปดำเนินการดังกล่าวก็ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมติของคณะกรรมการไต่สวนฯ ที่มีมติแล้ว ” นายสุทธิพล กล่าวและว่า ประธาน กกต.ได้กำชับให้เลขาของคณะกรรมการไต่สวนฯ เสนอรายงานที่มีการปรับปรุงใหม่ภายในช่วงเช้าวันอังคารที่ 25 สิงหาคม เพื่อที่จะได้นำเสนอ กกต.ในการประชุมวันเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมก็ได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หากรายงานมีความครบถ้วนก็จะให้ กกต.นำไปศึกษาเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่นัดวันลงมติอีกครั้งในวันดังกล่าว