ข่าว

คู่กรณี“น๊อต”ผ่าตัดจมูกพักฟื้นรพ.แม่แจงขออยู่อย่างสงบ

คู่กรณี“น๊อต”ผ่าตัดจมูกพักฟื้นรพ.แม่แจงขออยู่อย่างสงบ

08 พ.ย. 2559

คู่กรณี“น๊อต เวคคลับ”ผ่าตัดจมูก-นอนพักฟื้นรพ. แม่แจงขออยู่อย่างสงบ ขณะที่ตร.เตรียมแจ้งข้อหา“ข่มขืนใจ” นัดสอบ 2 ทุ่มคืนนี้


          ที่อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวเดินทางมาตรวจสอบอาการนายกิตติศักดิ์ สิงโต อายุ 25 ปี คู่กรณี นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือที่รู้จักกันในวงการบันเทิงคือ “น๊อต เวคคลับ” ภายหลังสืบทราบว่าได้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก ซึ่งขณะนี้ยังคงนอนพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่บริเวณใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวไปทั่วบริเวณโดยรอบยังคงต้องใช้เจลประคบเย็นที่บริเวณบาดแผลอยู่ตลอดเวลาและยังไม่สามารถตอบข้อสักถามใดๆ ได้ โดยมี น.ส.สุธิรา หงษ์ทอง อายุ 53 ปี มารดา และคณะทีมแพทย์ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

          ด้าน น.ส.สุธิรา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ตนได้พาบุตรชายมาพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการที่เกิดขึ้น  แพทย์ระบุว่าดั้งจมูกแตกละเอียดต้องอยู่พักฟื้นตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อที่จะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกในช่วงเวลา 09.00 น. ของวันนี้ ก่อนใช้เวลาในการผ่าตัดจนแล้วเสร็จเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง นำตัวออกมานอนพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยพิเศษโดยย้ายจากเดิมห้องผู้ป่วยรวม ซึ่งขณะนี้บุตรชายยังอยู่ในอาการบาดเจ็บยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลได้เนื่องจากยังคงบาดเจ็บภายหลังจากทางแพทย์ได้ทำการผ่าเสร็จก่อนให้พักฟื้นดูอาการอีกประมาณ 2-3 วัน

          น.ส.สุธิรา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวานที่ผ่านมาทางพิธีกรหนุ่มคู่กรณีได้ติดต่อมาหาตนทางโทรศัพท์ว่า จะเข้ามาเยี่ยมบุตรชายและสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งทางตนได้ปฏิเสธไปเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นขณะนี้บุตรชายตนใช้สิทธิประกันสังคมแต่ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลเองในบางส่วน ซึ่งยังไม่ทราบว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นเท่าไร ส่วนเรื่องที่ทำงานของบุตรชายได้ติดต่อเข้ามาพร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้การช่วยเหลือ ส่วนตนต้องพักกิจการที่บ้านไว้ก่อนเพื่อมาดูแลอาการบุตรชายอย่างใกล้ชิด  ซึ่งตนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมากมายอีกทั้งก็มีอายุมากแล้วต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ที่ผ่านมามีผู้หยิบยื่นโอกาสให้ความช่วยเหลือหลายรายไม่ว่าจะเป็นออกค่าทำศัลยกรรมใบหน้า และเรื่องว่าคดีความ ทั้งนี้ตนต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือแต่ตนคิดว่าบุตรชายไม่จำเป็นต้องทำให้ใบหน้าหล่อเหลาถึงขนาดนั้น ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ทางทนายความสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อให้การช่วยเหลือว่าความในคดีนี้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่อย่างใด

          “แม่ต้องการให้ลูกหายดีเป็นปกติก่อน ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากฉันไม่มีความรู้เรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของพิธีกรหนุ่มที่จะขอเข้ามาเยี่ยมนั้น เรื่องที่ฉันต้องปฏิเสธไม่ได้รู้สึกไม่ดีแต่ต้องการความเป็นส่วนตัว หากน๊อตเดินทางเข้ามาเยี่ยมกองทัพนักข่าวก็ต้องติดตามมาด้วย  ฉันเพียงแค่อยากให้ลูกพักฟื้นรักษาตัวให้อาการดีขึ้นเสียก่อน นอกจากนี้ลูกชายมีนิสัยที่รักความสงบจึงต้องการความเป็นส่วนตัว” น.ส.สุธิรา
        
          ขณะเดียวกันที่ สน.ยานนาวา พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาพิธีกรหนุ่มในข้อหา ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายไปก่อนหน้านี้ จนขณะนี้ต้องรอผลตรวจร่างกายจากทางแพทย์เป็นเวลา 20 วัน จึงจะสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้ง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากคลิปที่ปรากฏจนสามารถเตรียมแจ้งข้อหา ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากคลิปวีดีโอที่ปรากฏพบว่าพิธีกรหนุ่มมีพฤติการณ์ทางคดีเกิดกว่าเหตุโดยมีการฉุกกระชากพร้อมบังคับให้ผู้เสียหายกราบรถยนต์จนสังคมรับไม่ได้

          พ.ต.ท.ทวีป เผยต่อว่า เบื้องต้นได้ทำการติดต่อทางโทรศัพท์ไปหาพิธีกรหนุ่มก่อนมีการนัดพบกันเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งสอบปากคำเพิ่มเติมในเวลา 20.00 น. ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้สำหรับการสอบปากคำทั้งสองฝ่ายต่างฝ่ายต่างให้การภาคเสธ  อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนอีกครั้ง รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดีต่อไป