
ศาลไฟเขียวฝังจอมเผด็จการมาร์กอส ในสุสานวีรชน
ศาลสูงฟิลิปปินส์ขจัดขวากหนามกฎหมาย กรุยทางอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส ฝังในสุสานวีรชนได้
8 พ.ย. ผู้พิพากษาศาลสูงฟิลิปปินส์ ลงความเห็นด้วยคะแนน 9 ต่อ 5 งดออกเสียง 1 เสียง รับรองการตัดสินใจของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต อนุญาตให้ฝังศพนายพลเฟอร์ดินาน มาร์กอส อดีตผู้นำเผด็จการของฟิลิปปินส์ ในสุสานวีรชนแห่งชาติ ที่กรุงมะนิลาได้ อันเป็นการขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในประเด็นที่ก่อความขัดแย้งมานานหลายสิบปีในประเทศ
โฆษกศาลสูง อ่านผลวินิจฉัยอย่างย่อที่หน้าศาล ว่าศาลปฏิเสธคำร้องคัดค้านการฝังศพมาร์กอสในสุสานวีรชน เนื่องจากไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามไว้ ท่ามกลางเสียงโหร้องด้วยความยินดีของบรรดาผู้สนับสนุน ขณะมีผู้ประท้วงหลายพันคนชุมนุมคัดค้านพร้อมแผ่นป้ายมีข้อความ"มาร์กอสไม่ใช่ฮีโร" และป้ายเรียกร้องความยุติธรรมเหยื่อกฎอัยการศึก
มาร์กอสปกครองประเทศภายใต้กฎอัยการศึกยาวนาน 20 ปี กระทั่งชาวฟิลิปปินส์หลั่งไหลรวมตัวบนถนนทำการปฏิวัติด้วย "พลังประชาชน"เมื่อปี 2529 บังคับให้อดีตผู้นำ ภริยา นางอีเมลดา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราฟุ่มเฟือย และครอบครัวหลบลี้หนีภัยในสหรัฐอเมริกา พร้อมข้อกล่าวหาว่า อดีตตระกูลหมายเลขหนึ่งปล้นชาติระหว่างเรืองอำนาจประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ในช่วงปกครองประเทศ อดีตผู้นำเผด็จการยังละเมิดสิทธิมนุษนชนอย่างกว้างขวาง มีผู้เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม และทรมานหลายพัน
เมื่อปี 2547 องค์กรเพื่อความโปร่งระหว่างประเทศ ยกมาร์กอส เป็นผู้นำโกงชาติมากที่สุดอันดับสอง
มาร์กอสเสียชีวิตที่ฮาวาย เมื่อปี 2532 ขณะสมาชิกในครอบครัวมาร์กอส เดินทางกลับประเทศ และประสบความสำเร็จเมื่อเข้ามาเล่นการเมือง เฟอร์ดินาน มาร์กอส จูเนียร์ หรือ บองบอง บุตรชายของเขา ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเกือบชนะรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งเมื่อพฤษภาคม
ครอบครัวมาร์กอสพยายามที่จะฝังศพผู้นำตระกูลในสุสารวีรชน เช่นเดียวกับประธานาธิบดีและทหารกล้าผู้วายชนม์ แต่ประธานาธิบดีคนก่อนต่างปฏิเสธ เพราะอาชญากรรมมากมายที่อดีตผู้นำก่อไว้ ครอบครัวจึงยังเก็บรักษาศพไว้ในโลงแก้วที่บ้าน ในจังหวัดอิโลคอส นอร์เต ไม่ยอมฝัง แต่ลมการเมืองเปลี่ยนทิศ เมื่อฟิลิปปินสได้ประธานาธิบดีชื่อ โรดริโก ดูเตร์เต ซึ่งเป็นเพื่อนมาอย่างยาวนานกับครอบครัวมาร์กอส
ประธานาธิบดีดูเตร์เตกล่าวว่า สมควรฝังมาร์กอสในสุสานวีรชน ด้วยเหตุผลว่า เป็นประธานาธิบดีคนหนึ่ง และอดีตทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นอกจากนี้ นายดูเตร์เต กล่าวว่า เขาติดหนี้ครอบครัวนี้ เพราะบิดาของเขาเคยรับใช้รัฐบาลมาร์กอส และครอบครัวของมาร์กอสเคยช่วยสนับสนุนทุนหาเสียงเลือกตั้ง
.
หลังทราบผลตัดสินของศาลสูง บองบอง มาร์กอส กล่าวว่า คำพิพากษาถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการเยียวยาทางการเมือง นำพาประเทศเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและทิ้งอดีตขัดแย้งไว้เบื้องหลัง ตรงกันข้ามกับนักวิจารณ์ตระกูลมาร์กอส อย่าง ส.ว.ริซา ฮอนติเวรอส ที่กล่าวว่า ผลตัดสินเป็นการล้างผิดตระกูลมาร์กอสไปโดยปริยาย และไม่ใยดีการสังเวยชีวิตของผู้กล้าที่ต่อสู้และทุกข์ทรมานจากระบอบเผด็จการทารุณของมาร์กอส



