
สิ้นฤทธิ์!“ลิงกัง”หลุดกรงไล่กัดเด็กจับได้แล้ว
สิ้นฤทธิ์!! “ลิงกัง”หลุดกรงไล่กัดเด็ก-ชาวบ้านในอรัญประเทศ จนท.นำปืนยิงยาสลบมาเฝ้ารอนานกว่า2สัปดาห์จึงจับได้-นำส่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนคืนป่าธรรมชาติ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ย.59 นายประวุฒิ ปุริสพันธ์ ปศุสัตว์อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201ฉก.กรม.ทพ.12กกล.บูรพา และ พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้นำกำลังพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดยิงยาสลบ ของปศุสัตว์อำเภออรัญประเทศ ได้เข้าทำการปิดล้อมและเฝ้าระวังบริเวณป่าชุมชน หลังสุสาน กม.5เทศบาลเมืองอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อดักจับลิงกังสีน้ำตาลเทา เพศเมีย อายุประมาณ 3-5 ปี ที่หลุดจากกรงแล้วอาละวาดไล่กัดเด็กและชาวบ้านในชุมชน กม.5ฝั่งขวา ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับบาดเจ็บไปหลายราย จนทำให้ชาวบ้านต่างหวาดผวาไม่กล้านำลูกหลานนั่งรถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณป่าชุมชน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ต.ค.59 เป็นต้นมา
โดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้นำกำลังเข้าปิดล้อมป่าชุมชน หลังสุสาน กม.5 เพื่อไล่จับลิงกังตัวดังกล่าว แต่ไม่สามารถจับได้เนื่องจากลิงกังตัวดังกล่าวเริ่มมีความดุร้ายไล่กัดชาวบ้านและเด็กๆ จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวา อีกทั้งเป็นลิงวัยฉกรรจ์มีความว่องไว เจ้าหน้าที่นำปืนยิงยาสลบมาเฝ้ายิงหลายวันก็ไม่สามารถยิงได้เนื่องจากไม่ยอมอยู่นิ่งกระโดดไปมาอยู่ตามต้นไม้ในป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ต้องอาศัยความอดทนเฝ้ารอมานานหลายวัน
จนกระทั่งเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปืนยิงยาสลบ ของปศุสัตว์อำเภออรัญประเทศ ซึ่งเฝ้ารอมานานหลายวันก็สบโอกาสที่ลิงกังตัวดังกล่าวเผลออยู่นิ่งๆ โคนต้นไม้ภายในป่าชุมชน กม.5 จึงใช้ปืนยิงยาสลบยิงถูกที่บริเวณลำตัว ทำให้ลิงตื่นตกใจวิ่งหนีเข้าไปในป่าชุมชน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตามจนกระทั่งไปพบลิงกังตัวดังกล่าวกำลังนอนสลึมสลือด้วยพิษยาสลบอยู่บริเวณท้ายป่าชุมชน จึงได้ช่วยกันจับใส่กรงเหล็ก ซึ่งปศุสัตว์อำเภออรัญประเทศ เตรียมมาไว้นานกว่า 10 วัน จนล่วงเข้าวันที่ 15 จึงสามารถจับลิงกังตัวนี้ได้ ท่ามกลางความโล่งใจของชาวชุมชน กม.5
นายประวุฒิ ปุริสพันธ์ ปศุสัตว์อำเภออรัญประเทศ เผยว่า ทางปศุสัตว์อรัญประเทศ จะนำลิงกังตัวนี้ส่งไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ซึ่งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติปางสีดา อ.เมือง จ.สระแก้ว เพื่อดูแลและดำเนินการตามวิธีการของ เจ้าหน้าที่ก่อนจะส่งคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าลิงกังตัวนี้เป็นของใครและหลุดมาจากไหนแต่เชื่อว่าเป็นลิงที่มีคนเลี้ยงอยู่แต่ได้หลุดออกมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไปว่าหลุดมาจากไหน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากลิงกังไล่กัดซึ่งเป็นเด็ก 2 คน เป็นเด็กชาวไทย 1 คน และ เด็กชาวกัมพูชาอีก 1 คน ได้รับการรักษาพยาบาลและได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจนทุกคนปลอดภัยแล้ว



