ข่าว

แก๊งปาหินโผล่ที่เมืองเพชรบุรีคืนเดียวเกือบ10ราย

แก๊งปาหินโผล่ที่เมืองเพชรบุรีคืนเดียวเกือบ10ราย

18 ส.ค. 2552

แก๊งปาหินโผล่ที่เมืองเพชรคืนเดียวเกือบ 10 ราย ตำรวจคาดไม่ใช่คนพื้นที่ตั้งชุดเฉพาะกิจเฝ้าระวัง แนะประชาชนหลังเกิดเหตุให้รีบแจ้งตำรวจเพื่อความรวดเร็วในการจับกุม

 วันนี้ (18ส.ค.) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังการก่อเหตุยิงรถยนต์ที่สัญจรไปมาบนถนนเพชรเกษม หลังเมื่อคืนที่ผ่านมามีรถยนต์ถูกยิงเสียหายเกือบ 10 คัน โดยตำรวจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไม่ใช่คนในพื้นที่ เนื่องจากได้ก่อเหตุในลักษณะเดินทาง พร้อมเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อประสบเหตุให้เรียบแจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 ทันที่ เพื่อให้รวดเร็วในการติดตามผู้กระทำผิด เพราะถ้ารอแจ้งที่สถานีตำรวจ ทำให้ยากต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ

 ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2552 พ.ต.ท.วศพล เรืองจ้อย พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.เขาย้อย ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้วัตถุไม่ทราบชนิดยิงใส่กระจกรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ ทำให้กระจกรถยนต์ด้านหน้าแตกได้รับความเสียหายรวม 3 คัน จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จุดแรกเกิดขึ้นหลักกิโลเมตรที่ 136-137 หน้าธนาคาร ธกส.สาขาเขาย้อย หมู่ 2 ต.เขาย้อย

 เมื่อไปถึงพบรถยนต์ตู้โดยสารทะเบียน 30-1317 นครราชสีมา บริเวณกระจกรถด้านหน้าคนขับแตก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร นายสนอง สอนจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 489/1 หมู่ 4 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของรถ ให้การกับตำรวจว่า ระหว่างขับรถอยู่ได้มีคนร้ายอยู่คาดว่าหลบอยู่ในมุมมือแนวต้นสักบริเวณร่องกลางถนน ใช้ของแข็งไม่ทราบว่าจะเป็นหินหรือหัวน็อต ยิงเข้าใส่ด้านหน้าของรถทำให้กระจกหน้ารถตู้แตก

 จุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดแรกไม่ประมาณ 1 กม.บริเวณก่อนถึงโค้งบ้านกล้วย หลัก กม.ที่ 130-131 ต.สระพัง อ.เขาย้อย รถที่ได้รับความเสียหายเป็นรถบรรทุกน้ำมัน ทะเบียน 70-5976 เพชรบุรี กระจกด้านหน้าตรงคนขับแตกคล้ายกับคันแรก มีนายธวัชชัย แซ่เหงา อยู่เลขที่ 40 หมู่ 4 ต.น้ำจืดน้อย อ.กระบุรี จ.ระนอง เป็นคนขับ ได้ให้การเหมือนกับเหตุการณ์แรกว่า คาดว่ารถร้ายจะหลบอยู่บริเวณร่องกลางของถนนที่มีต้นสักปลูกอยู่จำนวนมาก แล้วก่อเหตุใช้หินหรือเหล็กหรือไม่ก็หัวน็อตยิงเข้ามายังด้านหน้าของรถทำให้แตกเสียหาย

 จุดที่ 3 ห่างจากจุดแรกราว 2 กม.จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณเยื้องปั้มน้ำมัน ปตท.193 ระหว่าง กม.ที่ 129-130 หมู่ 2 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย รถที่ได้รับความเสียหายเป็นรถปิคอัพยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน กฎ -4006 กรุงเทพฯ ที่บรรทุกเฟอร์นิเจอร์มาเต็มคัน ตรงกระจกด้านหน้าคนขับแตกเสียหายเหมือนกับ 2 คันแรก นายอนุวัฒน์ ไสสว่าง อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 3 ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร คนขับ เผยว่า คาดว่าผู้ก่อเหตุซุ่มรออยู่บริเวณเกาะกลางถนน

 จากนั้น ตำรวจจึงได้นัดหมายผู้เสียหายทั้งหมดมาให้ปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 ต่อมาเวลา 10.30 น. วันนี้ (18ส.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.เพชรบุรี พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้เรียกประชุม ผู้กำกับการและรอง ผู้บังคับการ สถานีตำรวจภูธรที่มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในเขตเส้นทางถนนเพชรเกษม รวม 5 สถานี ประกอบด้วย สภ.ชะอำ สภ.ท่ายาง สภ.บ้านลาด สภ.เมืองเพชรบุรี และ สภ.เขาย้อย เพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงานหลังเกิดเหตุแก๊งค์โรคจิตตระเวนก่อเหตุยิงกระจกรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนเพชรเกษม

 พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เปิดเผยว่า นอกจากผู้เสียหาย 3 ราย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.เขาย้อย แล้ว ในเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีเจ้าทุกข์ที่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าระหว่างขับรถอยู่บนถนนเพชรเกษม ได้ถูกของแข็งยิงใส่รถยนต์ทำให้ความเสียหายอีกหลายราย จากการตรวจสอบพบว่า ในท้องที่ อ.ปากท่อ มีแจ้งความไว้ 1 ราย เป็นรถตู้โดยสารได้รับความเสียหายบริเวณด้านข้างของรถ ท้องที่ สภ.เมืองเพชรบุรี พบเกิดขึ้น 1 ราย เป็นรถปิคอัพบรรทุกปลา บริเวณกระจกด้านหน้าแตกเสียหาย เบื้องต้นได้แจ้งให้ตำรวจสายตรวจทราบเท่านั้นเพราะต้องรีบเดินทางไปทำธุระต่อ และท้องที่ สภ.ท่ายาง เกิดขึ้น 1 ราย เป็นรถปิคอัพยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บธ-3597 ชุมพร จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านฟอนิเจอร์ หมู่ 7 ต.ท่ายาง ระหว่างหลัก กม.ที่ 187-189 มีนายวัชรินทร์ ทองสุข ชาว ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เป็นเจ้าของและคนขับ โดยเหตุได้เกิดในช่วงเวลา 03.50 น.ในคืนเดียวกัน

 พล.ต.ต.วิรัช วัชรจร กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชุดเดียวกันและน่าจะไม่ใช่คนในพื้นที่ โดยไล่ตระเวนก่อเหตุโดยใช้หนังสติ๊กเป็นเครื่องยิงส่วนวัตถุยังไม่ทราบว่าเป็นวัตถุชนิดใดระหว่างก้อนหินกับหัวน็อต เนื่องจากไม่พบในที่เกิดเหตุ ยิงใส่รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนเพชรเกษม เริ่มตั้งแต่ท้องที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เรื่อยมาจนถึง อ.ท่ายาง ในเบื้องต้นสันนิฐานว่าน่าจะเกิดจากความคึกคะนอง หรือเลียนแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตามที่เป็นข่าวทางสื่อสารมวลชนต่างๆ ซึ่งการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดยอมรับว่าค่อนข้างยากเนื่องจากผู้กระทำความผิดกระทำในลักษณะเดินทาง

 สำหรับการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรวมทั้งการเฝ้าระวังป้องกันการเกิดเหตุขึ้นอีกนั้น เบื้องต้นจะให้ตำรวจภูธรทั้ง 5 แห่งที่มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในเขตถนนเพชรเกษมทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ ตั้งชุดเฉพาะกิจออกตรวจตราเฝ้าระวังเหตุในช่วงกลางคืนขึ้นมา 1 ชุด ทำการปฏิบัติหน้าที่ประสานงานกันระหว่างท้องที่ต่างๆทุกคืน และอยากจะฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนบนถนนเพชรเกษมว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นให้รีบแจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 ทันที ยิ่งตำรวจได้รับแจ้งเร็วเท่าใดการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดก็จะรวดเร็วมากขึ้น เพราะถ้ารอไปแจ้งที่สถานีจะทำให้ล่าช้าและทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม นอกจากนั้นตำรวจจะขอความร่วมมือไปยังผู้นำชุมชนทุกพื้นที่ให้คอยช่วยเหลือระวังเหตุ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่จะส่งผลเสียหายกับผู้ใช้รถใช้ถนนเท่านั้น ยังจะส่งผลกระทบไปยังการท่องเที่ยวด้วย เพราะถ้าไม่ความปลอดภัยในการเดินทางก็จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทาง กระทบถึงรายได้ของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆรวมถึงประชาชนด้วย

หมายเหตุ - ติดตามข่าวจากเว็บไวต์คมชัดลึกผ่านเว็บไวต์ทวิตเตอร์ได้ที่ http://twitter.com/kom_chad_luek