
คณะผู้เข้าร่วมประชุมชลประทานโลกดูงานศูนย์ห้วยฮ่องไคร้
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 7 พ.ย.ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ คณะผู้เข้าร่วมประชุมงานชลประทานโลกครั้งที่ 2 เดินทางมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน แบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวน 6 ศูนย์ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขากินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.สกลนคร และ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยมี นายทองเปลว กองจันทน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นำเยี่ยมชม แบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนา ฯ ทั้ง 6 ศูนย์ สำหรับประเทศที่สนใจเดินทางมาเยี่ยมชมครั้งนี้ประกอบด้วย ภูฏาน อินโดนีเซีย จีน และเอธิโอเปีย
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือกศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีจุดเด่นในเรื่องของการฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ต้นน้ำโดยการทำฝายชะลอน้ำ มีการพัฒนาของเก่าและพิจารณาทำของใหม่
สำหรับการประชุมชลประทานโลกครั้งนี้ แต่ละประเทศที่เข้าร่วมประชุมได้มีการนำเสนอและเปลี่ยนข้อมูลในการเพิ่มประสิทธิภาพของชลประทานให้มีความยั่งยืน ทั้งนี้ได้มีปฏิญญาเชียงใหม่ออกมา โดยเน้นในเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้น้ำชลประทานที่แต่ละประเทศจะดำเนินการ โดยประเทศไทยได้เสนอในเรื่องของการเกษตรการ การขยายผลปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง เนื่องจากสามารถลดการใช้น้ำได้ประมาณร้อยละ 20-30 ซึ่งสามารถดำเนินการในฤดูแล้งซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ของประเทศไทย นอกจากนั้นนั้นยังได้มีการพูดคุยถึงความมั่นคงและยั่งยืนกับประชาชนในชนบท สิ่งสำคัญคือการพัฒนาในแต่ละด้านจะต้องมีความยั่งยืน
รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีการนำเสนอเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรแปลงใหญ่ โดยมีเป้าหมายต้องการให้เพิ่มกำลังการผลิตและลดต้นทุนการดำเนินการ เพิ่มโอกาสด้านการแข่งขัน จากการที่ประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมในเรื่องชลประทาน ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศจากทั่วโลกที่มีพื้นที่ชลประทานเป็นจำนวนมาก สปป. ลาวได้เสนอให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบการชลประเทศให้กับประเทศในกลุ่มอาเซียน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกด้วย
ในอนาคตการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำจะต้องทำควบคู่ไปกับของเดิมที่มีอยู่ โดยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำขนาด เล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการให้ถูกต้องทั้งการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและเพื่อการอุตสาหกรรม
จากการที่แต่ละประเทศได้เข้ามาศึกษาดูงานในประเทศไทยครั้งนี้ เสียงตอบรับที่ดีมากแต่ละประเทศชื่นชมพระปรีชาสามารถของกษัตริย์ไทย ที่มีต่อระบบชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ได้มีการจำลองศูนย์ศึกษาและพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 6 ศูนย์ มาไว้ที่ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ โดยเฉพาะประเทศเอธิโอเปีย ได้กล่าวขอบคุณในการได้เข้ามาศึกษาดูงานและจะนำไปปรับใช้ในประเทศต่อไป
............................................................................................



