ข่าว

นักกม.ชี้เจ้าของ "รถมินิ"ชกหนุ่ม จยย.ชนท้าย ส่อผิดอาญา

นักกม.ชี้เจ้าของ "รถมินิ"ชกหนุ่ม จยย.ชนท้าย ส่อผิดอาญา

06 พ.ย. 2559

" นักกฎหมาย " ยกข้อกฎหมาย " เจ้าของรถมินิ " ชกหนุ่ม จยย.ชนท้าย เข้าข่ายทำร้ายร่างกาย ม.295 อาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ 

 

           6 พ.ย-เเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีปรากฏคลิปในสื่อโซเชียล และข่าวเผยแพร่ เหตุการณ์พิธีกรหนุ่ม เจ้าของรถมินิคูเปอร์ ชกเข้าที่ใบหน้าชายหนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซด์ที่มีกล่าวหาชนแล้วหนี จนใบหน้าบวมปูด ใต้ตาเขียวคล้ำและดั้งจมูกหัก จนเป็นข่าวครึกโครมขณะนี้ว่า กรณีนี้ถึงคู่กรณีที่ถูกชกที่ใบหน้าไม่ได้แจ้งความ แต่เรื่องนี้ผิดทำร้ายร่างกายอันเป็นอันตรายเเก่ร่างกายเเละจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 295 ระบุไว้ว่า ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอาญาแผ่นดินแม้ผู้เสียหายไม่แจ้งความ ตำรวจก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา

          โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร ที่ทราบเหตุ จะต้องแจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย ตาม ม.295 เเละหากผู้ถูกกระทำมีอาการสาหัส ก็จะต้องเเจ้ง ม.297 ซึ่งระบุไว้ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปีซึ่งการถูกทำให้จมูกหักตามกฎหมายเเล้ว หากได้รับทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วันก็เป็นอันตรายสาหัส หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการเเจ้งข้อกล่าวหา จะถือว่าทำผิดกฎหมายได้

         แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า เมื่อดูจากพฤติการณ์ที่ปรากฏตามคลิป คนขับรถยนต์มินิคูเปอร์ ยังกระทำการต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

        สำหรับหนุ่มที่ขี่รถจักรยานนั้น ต้องดูข้อเท็จจจริงให้เเน่ชัดว่าการชนท้ายรถมินิดังกล่าว เป็นการประมาทหรือไม่ ถ้าประมาท ก็ผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก ฯ ทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แต่ถ้าหากชนแล้วหนี ก็จะเข้า พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522  ม.78 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดขับรถ หรือขี่ หรือควบคุมสัตว์ในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่ หรือควบคุมสัตว์หรือไม่ก็ตาม ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความช่วยเหลือตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที กับต้องแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของตนและหมายเลข ทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย

        ในกรณีที่ผู้ขับ หรือผู้ขี่หลบหนีไป หรือไม่แสดงตัว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิด และให้เจ้าพนักงานที่มีอำนาจยึดรถคันที่หลบหนี หรือไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่จนกว่าคดีถึงที่สุด หรือได้ตัวผู้ขับขี่ ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 6 เดือนนับแต่วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ

          และตาม ม.160 บัญญัติว่า ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ม.78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ