ข่าว

“ปธ.สพม.”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่รธน.ใหม่

“ปธ.สพม.”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่รธน.ใหม่

06 พ.ย. 2559

“ธีรภัทร์”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรธน.ใหม่จะคุณสมบัติอย่างไร ชี้ สส.-สว.-ครม.ต้องทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ทั้งใจ-กาย

 

 

          นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง(สพม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประเด็นและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ทาง สพม.ได้ดำเนินการใน 3 ส่วน ประกอบด้วย การร่วมมือกับทางนิด้าโพลล์”ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการไปสอบถามคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับร่างฯ พ.ร.บ.ทั้ง 4ฉบับ จำนวน 7,500 ชุด โดยจะมีการสรุปผลในวันที่ 11 พ.ย.นี้ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมประสานงานระดับกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ซึ่งได้มีการกำหนดประเด็นรับฟังความในลักษณะเดียวกันกับการสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล์ และจะมีการสรุปผลกลับมาในวันที่ 11 พ.ย.เช่นเดียวกัน

    

          นายธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ป เพื่อระดมความเห็นจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง อดีต ส.ว. องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 09.00 น. และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาพัฒนาการเมือง เพื่อรับทราบ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่ สพม.ส่งไปจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจของกรธ.  

  

          เมื่อถามว่าการเขียนกฎหมายของ กรธ. ที่มีลักษณะจำกัดและคุมเข้มกลุ่มการเมือง จะส่งผลดีต่อการเมืองในอนาคตอย่างไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ว่ามีการจำกัดไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ไปสอบถามประชาชน และจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำโฟกัสกรุ๊ปที่สพม.จะจัดขึ้นด้วย ส่วนการกำหนดบทลงโทษถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมืองนั้น เรื่องนี้ต้องดูระดับความรุนแรง ว่ามีการกำหนดไว้มากน้อยเพียงใด แต่ที่ผ่านมามีการกำหนดโทษไว้ 5 ปี ก็ดูเหมือนนักการเมืองจะไม่เข็ด การจะมากำหนดเพิ่มถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมือง ควรต้องดูขนาดความรุนแรง ว่าเราจะให้โอกาสคนขนาดไหน

  

          “ผมมองว่า ใครที่จะมาเป็น ส.ส. ส.ว. หรือ รัฐมนตรี ควรที่จะเข้ามาด้วยความสุจริต ทั้งทางกาย ใจ และวาจา ไม่ควรมาเพื่อวางแผนหรือกอบโกย ถ้าการได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่โดยไม่สุจริต ก็ไม่ควรเข้ามา เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง"นายธีรภัทร์ กล่าว

 

          นายธีรภัทร์ ยังกล่าวถึงแนวคิดในการเซ็ทซีโร่ องค์กรอิสระ ว่า ตนยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อมีผลใช้บังคับจะมีผลอย่างไรกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ถ้ามีการกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ใหม่ และมีผลต่อคุณสมบัติของผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็อาจจะต้องเซ็ทซีโร่ แต่ถ้าไม่ได้มีอะไรที่มีผลกับผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็ทซีโร่ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องไปดูในหลักการและแนวทางที่กำหนดไว้