
ประชาชนเรือนหมื่นต่อแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด
ประชาชนเรือนหมื่นต่อแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด ถึงจะเข้าแถวนาน 5 ชม. แต่ไม่รู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยเลย ให้ลำบากกว่านี้ก็ทำได้
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 พ.ย.59 ซึ่งเป็นวันที่ยี่สิบห้าของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร
บรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย.ซึ่งเป็นวันที่ 9 แล้ว สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพได้ตั้งแต่เวลา 05.00 - 21.00 น. มีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทุกสารทิศทยอยเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่เช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีให้เข้าไปรอเมื่อเวลา 04.30 น. เมื่อถึงเวลา 05.00 น. จึงเข้ากราบสักการะพระบรมศพได้ จนกระทั่งเวลา 08.00 น.จึงเปลี่ยนให้ประชาชนไปเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ เพราะเป็นเวลาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วทางประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้สภาพอากาศในวันนี้จะค่อนข้างร้อน แต่ประชาชนผู้มีหัวใจตั้งมั่นในความจงรักภักดีก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด
นายสมควร ตินะสัน อายุ 44 ปี ชาวเชียงราย เดินทางมาพร้อมภรรยา และเพื่อนบ้านรวม 10 คนด้วยการเหมารถตู้คนละ 1,000 บาท ตั้งแต่ 4 โมงเย็นวันที่ 5 พ.ย.ถึงกรุงเทพฯ เมื่อตอนตี 3 แล้วเข้าแถวรอทันทีก่อนจะได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 8 โมง เจ้าตัวบอกว่ารู้สึกว่ามีบุญวาสนา เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มา ถ้าคนไม่มีใจมุ่งมั่นก็คงมาไม่ได้ เพราะในหลวงให้ทุกอย่างในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการทำมาหากิน ท่านสอนให้ใช้ชีวิตพอเพียง ด้วยการทำนา ทำสวน มีรายได้เลี้ยงตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงที่ไร่เชิงตะวัน ของท่าน ว.วชิรเมธี แล้วมาร่วมกันตั้งศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเวียงเหนือ มีการอบรม ออกไปดูงานด้านการปลูกข้าวที่จังหวัดอื่นๆ เน้นข้าวปลอดสารพิษ การรวมตัวกันตามแนวทางของในหลวงแบบนี้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ข้าวคุณภาพดีขึ้น ขายได้ราคาดี ชีวิตดีขึ้นเพราะในหลวง เมื่อเช้าเข้าแถวนาน 5 ชม. ไม่รู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยเลย ให้ลำบากกว่านี้ก็ทำได้
ด้านนางอาภา ขจรจัด แม่เฒ่าวัย 80 ปีชาวกระบี่ที่เดินทางมากับรถของกระทรวงมหาดไทยพร้อมหลานสาว เผยว่ามาถึงกรุงเทพฯ ตอนตี 4 ได้เข้าสักการะพระบรมศพตอน 7 โมงเช้า ดูข่าวในหลวงทางทีวีทุกวันน้ำตาไหลตลอด ในหลวงเป็นคนของประชาชน เราอายุมากแล้วยืนต่อแถวนานๆ ก็เมื่อย แต่คิดว่าท่านเดินทางขึ้นเขาลงห้วยมามากกว่าเราท่านยังยอมเหนื่อย แค่นี้ไม่ได้เศษเสี้ยวความมานะของท่านเลย ตอนอายุ 40 ปีเคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ที่น้ำตกธารโบกขรณี อ.อ่าวลึก ทรงเยี่ยมราษฎร รู้สึกมีบุญที่ได้รับเสด็จ กลับไปจะไปบอกลูกหลานว่าคนรักในหลวงมาก มากันเต็มไปหมด ถ้ามีโอกาสลูกหลานต้องมากันนะ
ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาแจกข้าวเปลือกพอเพียง แต่เช้า



