
เปิดใจสาวไทย1เดียวแห่งบริษัทแอพดังของจีน
"快手 Kwai" แอพมือถือชื่อดังของจีน ที่มีผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก รู้มั้ยว่า 1 สาวไทยทำงานที่นี่ มารู้จักเธอกันเลย
เพจ อ้ายจง นำบทสัมภาษณ์ของสาวไทยคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทผู้ผลิตแอพชื่อดังของจีน ณ กรุงปักกิ่ง "快手 Kwai" Kwai App Thailand @Thailand.kwaiapp มาติดตามเรื่องราวของสาวไทยคนนี้กันเลยครับ
สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวปิยะนาฏ อรุณวุฒิพงศ์ ชื่อเล่นชื่อโบว์ค่ะ ตอนนี้ทำงานที่บริษัทไอทีแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ชื่อบริษัท Beijing Dajia Internet information and Technology เป็นผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นถ่ายวิดีโอขนาดสั้น Kwai หรือ 快手 ตอนนี้โบว์เป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศดูแลตลาดประเทศไทยค่ะ
เรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา เอกนันทนาการศาสตร์และการจัดการกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ ตอนอยู่ปี 4 สมัครทุนรัฐบาลจีน CSC แล้วก็ได้ทุนเต็มจำนวนมาศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะ Economics and Business Administration ภาควิชาบริหารธุรกิจ เอกการตลาด ที่ Beijing Normal University ค่ะ
มีความสนใจในเมืองจีนเป็นการส่วนตัวค่ะ คิดว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจ ตอนนั้นตั้งใจอยู่แล้วว่าปริญญาโทจะเรียนต่อด้านการตลาดแน่นอน เมืองจีนเป็นประเทศใหญ่ ตลาดใหญ่ ประชากรเยอะ คิดว่าเรียนการตลาดที่เมืองจีนน่าจะมีความหลากหลายมากกว่าประเทศอื่น ประกอบกับว่าก็เป็นลูกหลานคนจีน มีเชื้อสายจีน 100% มีพื้นฐานภาษาจีนมาก่อน พ่อแม่ก็สนับสนุนด้วย ตอนนั้นก็เลยไม่คิดอะไรเยอะค่ะ รีบทำเรื่องสมัครทุนรัฐบาลจีนทันที
คือเริ่มจากตอนนั้นเรียน ป.โท ปีสุดท้ายค่ะ เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จพอดีก็เลยคิดอยากลองหางาน Part-time ทำดู ก็เริ่มจากเขียนเรซูเม่แล้วก็เอาไปทิ้งไว้ในเว็บหางาน เช่น เว็บ zhaopin.com แต่ปกติโบว์ก็มี LinkedIn อยู่แล้ว ก็อัพเดตข้อมูลในนั้นเรื่อยๆ ช่วงนั้นก็มีหลายบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์ แต่เป็นพวกงานแปลแล้วก็บริษัทเกมส์ซะส่วนใหญ่ ส่วนตัวไม่ถนัดงานด้านนี้ก็เลยปฏิเสธไป
เรื่องการหางานหยุดหาไปพักใหญ่เลยค่ะ หลายเดือนมากๆ จนกระทั่งวันหนึ่งมี Head Hunter โทรมาเสนองานนี้ให้ ถามว่าสนใจไหม ตอนแรกเราก็งงว่า Head Hunter เอาข้อมูลเรามาจากไหนเพราะอย่างที่บอกเลิกหางานนานไปหลายเดือนแล้ว เราก็เห็นว่างานนี้น่าสนใจดี แล้วก็ที่สำคัญเป็น Full time ด้วย ซึ่งตอบโจทย์เราที่มีแพลนว่าหลังเรียนจบจะทำงานอยู่ต่างประเทศสักพักเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็เลยตัดสินใจไปสัมภาษณ์ค่ะแล้วก็ได้งานนี้มา
โบว์ไม่เคยทำงานที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไทยเป็นอย่างไร ทำงานที่จีนสิ่งที่ต้องมีเลยคือ ความอึด ถึก ทน ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย เพราะงานหนักและกดดันมาก แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่สายงานแล้วก็บริษัทด้วยค่ะ
อย่างถ้าเป็นบริษัทไอทีงานก็จะหนักหน่อยเพราะอินเทอร์เน็ตมันไวต้องตามตลอด แต่โดยนิสัยการทำงานของคนจีนที่บริษัทก็จะค่อนข้างเร็ว ทำอะไรรวดเร็วแล้วก็จะเป็นลักษณะพักเป็นพัก ทำงานเป็นทำงานประมาณนี้ค่ะ
ส่วนเพื่อนร่วมงานก็ดีนะคะ คนจีนก็คล้ายๆ คนไทยก็คือ เป็นเพื่อนกันได้ง่าย ไม่ค่อยถือตัว
แต่ช่วงแรกๆ ก็จะมีเกร็งๆ กันบ้าง เพราะเราเป็นต่างชาติ เขาไม่แน่ใจว่าเราพูดภาษาจีนได้มากน้อยแค่ไหน พอเขารู้ว่าเราพูดได้ เขาก็จะเข้ามาพูดคุยกับเรา โดยพื้นฐานคนจีนชอบเมืองไทยอยู่แล้ว ก็เลยทำให้มีเรื่องคุยเยอะ เรื่องที่หนีไม่พ้นเลยก็คือเรื่อง Lady boy 555 แต่ก็ชินแล้วค่ะ
อีกเรื่องที่คิดว่าต่างกันคือ คนจีนเขาไม่ค่อยถือเรื่องระบบอาวุโสเท่าไหร่ ในกรณีที่อายุไม่ได้ห่างกันเป็นสิบๆ ปีนะคะ ที่นี่คนที่อายุมากกว่าก็ไม่ค่อยอยากให้รุ่นน้องเรียกพี่เท่าไหร่ เพราะจะทำให้มีช่องว่างและอาจส่งผลกระทบกับงานเพราะระบบอาวุโสทำให้คนต้องเกรงใจกันไปเกรงใจกันมา ซึ่งตรงนี้ก็ต่างจากไทยพอสมควร
สิ่งที่ชอบ
- ระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างดีมาก ป้ายรถเมล์มีบอกรายละเอียดหมดทั้งชื่อป้าย เวลาเริ่ม-หยุดเดินรถ ไปถึงสถานีใดบ้าง อย่างรถไฟใต้ดินก็ครอบคลุมทั่วเมือง ...ราคาทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดินค่อนข้างถูกมาก มีบัตรใบเดียวใช้ร่วมกันได้หมด
- อยู่ที่จีน ไม่จำเป็นต้องรู้ทางก็ไปไหนมาไหนได้ เพราะแอพแผนที่ทำงานแม่นยำมาก
สิ่งที่ไม่ชอบ
- ความไม่มีมารยาทของคนจีน เช่น การขากถุย , แซงคิว , การแก่งแย่ง อย่างเวลาอยู่บนรถไฟใต้ดิน คนยังไม่ทันลงหมด คนขึ้นก็แย่งที่จะขึ้นแล้ว
- ข้ามถนนยากมากแม้จะมีไฟเขียวให้สัญญาณว่าข้ามได้ เพราะจะมีรถเลี้ยวมาตลอด
- กลิ่นเสื้อผ้าคนจีนเหม็นอับแบบแปลกๆ
ความเหมือน
- จีนและไทยยึดถือการรักษาหน้าเหมือนกัน ดังนั้นมีอะไรมักไม่ชอบพูดตรงๆ
- จีนและไทยให้ความสำคัญกับพ่อแม่ผู้มีพระคุณเหมือนกัน
ความต่าง
- การทำงาน: คนจีนจะเน้นทำงานหนักมาก เช่นที่นี่เข้างาน 10 โมง เลิกสี่ทุ่ม... ในขณะที่ไทยจะเน้นทำงานอย่างมีความสุข
- การใช้ชีวิตของคนจีนจะมีแรงกดดันมากกว่าไทย
อยากจะให้คนไทยเปิดใจให้กว้างๆ ค่ะ ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่มีจำนวนประชากรมาก มีความหลากหลายสูง เราไม่สามารถตัดสินว่าคนทั้งประเทศเป็นแบบนั้นได้จากคนเพียงแค่กลุ่มเดียว เพียงแต่ว่าแน่นอนด้วยความที่ประชากรเยอะ โอกาสที่เราจะเจอคนมารยาทไม่ดีย่อมมีสูง ซึ่งจริงๆ แล้วคนมารยาทไม่ดีเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแค่ 1% ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ 1% ของเขานั้นอาจมีจำนวนมากกว่าประชากรของประเทศใดประเทศหนึ่งเลยก็ได้
ทุกประเทศมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เพียงแต่ประเทศจีนเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ก่อตั้งเป็นประเทศในปัจจุบันเพิ่งจะ 67 ปี เราต้องให้เวลาเขาปรับตัวด้วย ซึ่งทางรัฐบาลจีนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกวันนี้มีโฆษณาส่งเสริมความเป็นสากลอยู่ทุกช่องทางการสื่อสาร ก็เลยอยากฝากถึงคนไทยให้เปิดใจเข้าใจคนจีนนิดหนึ่ง เวลาเจอคนมารยาทหรือกิริยาไม่ดีก็อย่าถือเก็บมาเป็นอารมณ์ คิดซะว่าเขากำลังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้
อีกเรื่องที่อยากฝากคือ ตอนนี้เมืองจีนเปลี่ยนไปจากในอดีตมาก ในปัจจุบันเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ก็เทียบเท่าระดับโลก เป็นเมืองใหญ่ติดอันดับโลก ไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างในภาพที่คนไทยคิดกัน ไม่อยากให้คนไทยดูถูกเมืองจีน เพราะคนจีนเขาก็มองเมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม เขามีทัศนคติด้านบวกกับบ้านเรามาก ไม่เคยว่าให้เสียหายเลย อยากฝากเรื่องนี้ด้วยค่ะ
โบว์ - สาวไทย ณ ปักกิ่ง ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ (ดูแลตลาดประเทศไทย) บริษัท Beijing Dajia Internet information and Technology เป็นผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นถ่ายวิดีโอขนาดสั้น Kwai หรือ 快手 ...มียอดผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก
--------------------
(ที่มา : อ้ายจง
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน
#HumansofChina #KwaiApp #ไทย #จีน)



