
สมเด็จพระเทพฯ ทรงปรุงไข่พระอาทิตย์
ไข่พระอาทิตย์ เมนูของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ทรงเปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดชา ภัทรพัฒน์” ครั้งที่ 2 โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ทั้งนี้หลังรับการถวายรายงานจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขามูลนิธิชัยพัฒนา ที่กล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน รวมทั้งการถวายรายงานจาก นางลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส FSEVP บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด แล้ว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเรื่องเล่า “น้ำมันเมล็ดชา” แก่ผู้ร่วมงานใจความตอนหนึ่งว่า ขอเล่าเรื่องดั้งเดิมตั้งแต่โบราณ ความเริ่มจากอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัยมาถามว่ามีเมล็ดชาขายหรือไม่ จะเอามาทำยาฆ่าแมลง เลยงงกันว่าเมล็ดชาเป็นอย่างไร จึงให้เจ้าหน้าที่ดูงานที่จีน ทางจีนเขาก็บอกรู้จักกันมานานแล้ว ที่บ้านแต่ละคนจะมีหีบไว้หีบน้ำมันจากเมล็ดชาใช้กันในครัวเรือน แล้วก็มีโรงงานผลิตกันอย่างใหญ่โต เราก็จึงนำเมล็ดมาปลูก ซึ่งก็ปลุกที่เชียงราย ตอนนี้ดีมาก ชาวบ้านดูแลอย่างดี และการดูแลอย่างดีนี้ก็ได้ประโยชน์เพราะก่อนหน้านี้ไฟป่าเกิดมาก แต่เมื่อชาวบ้านดูแลอย่างดีไฟป่าก็ลดลงและปีนี้ไฟป่าไม่เกิดขึ้นแถวนั้นเลย เป็นเพราะความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งชาวบ้าน หน่วยงานภาครัฐ จึงเกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมกันรักษาแผ่นดิน รักษาประเทศชาติเอาไว้ นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีให้ประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีปัญหาอย่างไรก็ร่วมกันแก้
ุ จากนั้นเสด็จพระดำเนินทอดพระเนตรอาหารและสินค้าที่ใช้น้ำมันเมล็ดชาเป็นส่วนประกอบ และทรงปรุงอาหารที่ใช้น้ำเมล็ดชาในการปรุง 2 เมนูด้วยกัน เริ่มจากเมนูไข่พระอาทิตย์ ทรงเล่าว่า “เมนูนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปรุงให้ลูกๆ ทาน และทุกคนในครอบครัวทำเมนูนี้ได้หมด โดยเมนูนี้เพียงใช้ไข่แล้วใส่ข้าวสุกลงไป แล้วปรุงรสตามชอบ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงใช้ข้าวที่เรียงเม็ดสวยหน่อย ข้าวเละหรือข้าวแฉะไม่ได้ เพราะเวลาทำเสร็จแล้วเวลามองที่จานไข่จะเหมือนแสงพระอาทิตย์ส่องมาตามข้าว” และระหว่างที่ทรงปรุงอยู่นั้นก็ทรงรับสั่งถามว่า ไข่มาจากไหน ดร.สุเมธ ได้ถวายรายงานว่าวัตถุดิบทุกอย่างจากมูลนิธิชัยพัฒนาที่ผลิตโดยชาวบ้านในพื้นทีต่างๆ ทั้งนี้ในระหว่างที่ทรงใช้ตะหลิวพลิกไข่อีกด้านขึ้นมา ทรงกล่าวว่า "ถ้าเป็นเชฟจับกระทะโยนแล้ว แต่เราไม่กล้า กลัวไข่กระเด็นมาถูกช่างกล้องหมด"
เมื่อปรุงเมนูไข่พระอาทิตย์แล้วนั้น ทรงปรุงเมนู "ไก่แนบกระทะ" โดยทรงเล่าว่า เมนูนี้พระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไม่ได้ทำให้ทาน แต่มีคนภายในวังทำให้ ที่เรียกว่าไก่แนบกระทะเพราะเอาไก่มาแนบๆ กดๆ กับกระทะ ไม่ได้ทอด โดยมีวิธีการทำคือให้หมักไก่ทิ้งค้างคืนไว้ก่อน โดยใส่เครื่องปรุงกระเทียม พริกไทย รากผักชี ซอส และบรั่นดีได้แล้วก็เอามาแนบกระทะ
ผู้สื่อข่าวรายว่าก่อนที่จะทรงนำไก่ลงไปในกระทะ ทรงเทน้ำมันเมล็ดชาลงไปเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียม พริกไทย รากผักชี ที่โขลกรวมกันแล้ว จากนั้่นทรงหยิบไก่ลงไปกดหรือแนบๆ กับกระทะ ระหว่างนั้นตรัสว่า เมื่อเช้าตื่นตั้งตีห้า (05.00 น.) มาลองทำเมนูนี้พร้อมทรงพระสรวล และทรงกล่าวต่อว่า ถ้าอยากให้ไก่มีสีดำหน่อยก็ใส่น้ำมันหอยลงไป แต่ระวังจะเค็ม ถ้าเค็มก็ทานกับข้าว และทรงเทไวน์ขาวลงไปบนเนื้อไก่ที่กำลังแนบอยู่ในกระทะพร้อมตรัสว่า เมนูนี้พระก็ฉันได้ เพราะแอลกอฮอล์ระเหยออกไปหมด
ภายหลังจากทรงปรุงเมนูเสร็จเรียบมีพระดำริให้เจ้าหน้าที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้แขกทุกคน รวมทั้งสื่อมวลชนได้ชิม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้เข้าเฝ้าฯ อย่างถ้วนหน้าก่อนเสด็จฯกลับ



