
“พาวเวอร์” แจงแค่ย้ายสนาม
สมาคมลูกหนังพร้อมหนุนซุปเปอร์พาวเวอร์ย้ายรัง ด้าน “บิ๊กแดง” สุรศักดิ์ ณ นคร ย้ำเปล่าขายทีม แจงย้ายสนามเพื่อเพิ่มฐานแฟนบอล
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยห้าม “เดอะพาวเวอร์” ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสรเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อทีม สี โลโก้ หรือผู้ถือหุ้น นั้น
ล่าสุด วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการตีความดังนี้ ว่าตามประกาศของสมาคมกีฬาฟุตบอล เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ได้ระบุถึงกฎระเบียบของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ข้อ 7.2 ซึ่งสโมสรสมาชิกหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วจะต้องคงสถานะเป็นเวลา 2 ปี หมายความว่าห้ามมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโครงสร้างของสโมสร
ในกรณีของสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ออกใบอนุญาตให้แล้วตามโครงสร้างที่สโมสรส่งมา ดังนั้นจึงถือเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะดำเนินการได้เพราะหมดระยะเวลาการพิจารณาคลับไลเซนซิงของประเทศไทยแล้ว และสมาคมกับตัวแทนของสโมสรมีการประชุมหารือชี้แจงถึงเหตุผล รวมทั้งการหาทางออกร่วมกันไปเป็นที่เรียบร้อย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ จะหมดสิทธิ์เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมเนื่องจากในผลการประชุมร่วมกันของสมาคมและตัวแทนสโมสรระบุไว้แล้วว่าหากสโมสรต้องการเปลี่ยนแปลงก็สามารถส่งคำชี้แจงเหตุผลต่างๆ มายังสมาคม ซึ่งสมาคมยินดีที่จะประสานต่อไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อให้พิจารณาตามคำร้องขอของสโมสรอย่างเต็มที่ และถือเป็นหนทางสุดท้ายที่จะสามารถดำเนินการได้
ด้าน “บิ๊กแดง ตานี” นายสุรศักดิ์ ณ นคร ประธานสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ กล่าวว่า การที่มีกลุ่มทุนจากสมุทรสาครเข้ามาร่วมถือหุ้นของบริษัทนั้นไม่ได้ถือเป็นการขายทีมหรือเทกโอเวอร์ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ เพียงแต่สโมสรเปิดรับผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสภาพคล่องที่ดีขึ้น นอกจากนี้กลุ่มนักเตะของทีมไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบยกทีม การที่มีผู้เล่นบางคนย้ายทีมออกไปเนื่องจากสโมสรได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ รวมถึงเป็นความต้องการของนักเตะที่ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนผู้เล่นตามปกติ ยกตัวอย่างบางสโมสรเคยปล่อยนักเตะทีเดียวเป็น 10 คนยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสโมสรเพราะนี่คือวิถีของฟุตบอลอาชีพที่จำเป็นต้องการถ่ายเลือดใหม่อยู่เสมอ
“อย่างที่สมาคมได้ชี้แจงแล้วว่า ได้ออกใบอนุญาตให้สโมสรเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสโมสรไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเพื่อเล่นไทยลีกใหม่อีกครั้ง ส่วนเรื่องที่เราจะย้ายสนามจากเคหะบางพลีไปยังสมุทรสาครนั้น เพื่อเป็นการสร้างฐานแฟนบอลเพิ่มขึ้นเนื่องจากสนามแห่งใหม่สามารถรองรับแฟนคลับได้มากกว่าเดิม อีกทั้งสัญญาการใช้สนามที่เคหะบางพลีนั้น สโมสรได้ทำกับนายพูลผล อัศวเหม แต่เนื่องจากนายพูลผลเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ทำให้สัญญาดังกล่าวต้องจบลงและสโมสรต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแล ปรับปรุง ซ่อมแซม สนามเคหะบางพลีมาโดยตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม การย้ายสนามนอกจากจะเป็นการเพิ่มฐานแฟนบอลแล้วยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของสโมสรได้อย่างมาก เรื่องนี้ผมคิดว่าสมาคมฟุตบอลคงเข้าใจความลำบากของสโมสรสมาชิก”
“ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อ โลโก้ เราพร้อมยอมรับฟังความเห็น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องชุดแข่งเราจำเป็นต้องออกแบบใหม่สำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง และกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการออกแบบ ซึ่งผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมแต่อย่างใด ท้ายที่สุดผมอยากเรียนให้ทุกคนทราบว่าการที่สโมสรอาจจะมีผู้ถือหุ้นเพิ่มนั้นไม่ได้เป็นการขายทีมหรือเทกโอเวอร์สโมสร เช่นเดียวกับการย้ายสนามเป็นเพราะสโมสรมีความจำเป็นอย่างที่ได้เรียนให้ทราบข้างต้นแล้ว ขณะที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าสมุทรสาคร เอฟซี เหมือนกระโดดจากดิวิชั่น 2 มาเล่นไทยลีกเลยนั้นไม่เป็นความจริง เพราะสมุทรสาครยังเล่นดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายสนามของเราในครั้งนี้แน่นอน” นายใหญ่เดอะพาวเวอร์ กล่าว
ภาพจาก Osotspa M-150 Samutprakan FC



