
วันหยุดประชาชนถวายสักการะพระบรมศพแต่เช้าตรู่
ประชาชนต่างจังหวัดเข้ากราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00น. มีประชาชนมาต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เช้าตรู่
นางดารานัย นิลวงศ์ วัย 63 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านนนทบุรี กล่าวว่า นัดแนะกับญาติๆ เดินทางมาจากบ้านตั้งแต่ตี 3 ครึ่ง เมื่อมาถึงสนามหลวงจึงไม่ต้องรอคิวนานมากนัก
“ตั้งใจอยากมากราบพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 หลายวันก่อนมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่สามารถเข้าไปกราบสักการะได้ วันนี้จึงตั้งใจมาอีกครั้ง พอได้ขึ้นไปกราบดีใจมาก รู้สึกว่าเราโชคดีที่เกิดมาบนแผ่นดินนี้ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งช่วยสร้างฝาย สร้างเขื่อน รวมถึงด้านการเกษตรมากมาย โดยส่วนตัวยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย แต่ละเดือนจะใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่โลภ หากมีพอก็จะช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง” นางดารานัย กล่าว
ด้าน นายประสิทธิ์ ขำเกิด อายุ 66 ปี เดินทางมากับคณะอาสาสมัคร อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 50 คน เล่าให้ฟังว่า ออกเดินทางด้วยรสบัสมาจากบ้านตั้งแต่เมื่อตี 3 ของวันศุกร์แล้วมาพักค้างคืนที่วัดหทัยนเรศ จ.นครปฐม แล้วเดินทางต่อมาถึงสนามหลวงเมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณตี 3
“ตั้งใจมากราบพระบรมศพพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ตอนกราบพระองค์ท่านได้อธิษฐานขอให้พระองค์ท่านไปสบาย ไปสู่สวรรคาลัย ส่วนลูกอยู่ข้างหลังจะขอดำเนินรอยตามพ่อ อย่างเช่นที่ผ่านมาก็ดำเนินตามพระองค์ท่านด้วยการใช้ชีวิตแบบพอเพียงมาตลอดกับอาชีพประมง จะทำแบบพออยู่พอกิน ไม่โลภ” ลุงประสิทธิ์ บอกด้วยความซาบซึ้ง
ขณะที่ นายอนุวัฒน์ อริยะมนตรี อายุ 34 ปี ชาวจ.นครราชสีมา มายืนต่อแถวพร้อมภรรยาตั้งครรภ์ 5 เดือน ตั้งแต่เวลา 04.00น. ได้เข้าตอน 09.00 น. กล่าวว่า ติดตามพระองค์จากข่าวพระราชสำนักในโทรทัศน์โทรทัศน์ตลอด เห็นภาพที่พระองค์เสด็จฯไปหลายพื้นที่เพื่อช่วยเหลือดูแลราษฎร ทำให้รู้สึกประทับใจและรักพระองค์อย่างมาก จึงพากันนั่งรถทัวร์กันมา ซึ่งแม้จะยืนต่อแถวหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้เข้าถวายสัการะ ตนและภรรยาก็อดทนได้ อีกทั้งยังรู้สึกประทับใจและหายเหนื่อยเมื่อได้สมดังหวัง ทั้งนี้ แม้ลูกของตนจะไม่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9 แต่เราจะสอนให้ลูกรู้จักพระองค์ น้อมนำคำสอนมาปฏิบัติใช้ในชีวิต โดยเฉพาะการทำความดี และการเป็นคนเก่ง
ด้านนางจันทร์สม มณีจักร อายุ 68 ปี ชาว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้านกลุ่ม "ธรรมะสู่บ้าน" จำนวน 22 ได้นั่งรถไฟฟรี 16 ชั่วโมงมาจาก จ.เชียงใหม่ ตั้งใจมากราบถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งครั้งแรกขึ้นกราบสักการะไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ฝนตกหนักมาก หลังจากนั้นได้พากันนั่งรถไฟฟรีไป อ.หัวหิน เพราะอยากไปเห็นบ้านของพ่อหลวง และก่อนกลับเชียงใหม่จึงแวะมากราบถวายสักการะพระบรมศพอีกสักครั้ง โดยวันนี้ได้เข้าเป็นคณะแรกตอนตี 5 รู้สึกซาบซึ้งดีใจมาก และจะขอน้อมนำคำสอนของพระองค์โดยเฉพาะเรื่องความประหยัดมาใช้ในชีวิตประจำวัน และจะอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี ตามคำสอนของพระองค์
ขณะที่นางสาวเกษณี คำอ่อง อายุ 59 ปี ชาว ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตอนสมัยอายุประมาณ 17 ปี ได้คัดเลือกใหเข้ารำถวายหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ขณะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมครอบครัวไปที่ อ.แม่อาย รู้สึกตื่นเต้นดีใจมากยังจำภาพประทับใจไม่เคยลืม ประทับใจที่พระองค์พูดคุยกับประชนยากคจนอย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์ รู้สึกเสียใจมากที่ทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ท่านเป็นผู้ให้มาตลอด เกิดมาพ่อแม่ก็สอนว่าท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินต้องเคารพ โตขึ้นก็เห็นภาพพระองค์ทรงเยี่ยมราษฎร์ในที่ต่างๆ เห็นพระองค์ท่านเหน็ดเหนื่อย ก็อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เราคิดว่าพระองค์ท่านเป็นเทพมาช่วยประขาชนไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นพระเมตตาของพระองค์ยังแผ่ไปยังต่างประเทศทั่วโลก
"ก็จะขอน้อมนำคำสอนของพระอง์มาปฏิบัติ โดยเฉพาะเกี่ยวกับศาสนา ได้ตั้งเป็นชมรมธรรมะสู่บ้าน เพื่อเชิญชวนชาวบ้านทำความดีรักษาศิลป์ รักกัน ดูแลกันให้ศาสนาอยู่ได้ ส่วนทางครอบครัวก็จะขยัน อดทน อดออมตามที่พ่อหลวงท่านสอนไว้ ก็อยากให้พระองค์ท่านดลใจให้ประชาชนรักสามัคครีกัน พร้อมนำคำสอนของพ่อหลวงไปประพฤติปฏิบัติ"



