
เร่งสอบทุจริตรับจำนำข้าว-มันสำปะหลัง
ศอตช.เร่งสอบทุจริตโครงการแทรกแซงราคาพืชผลเกษตร จำนำข้าวตั้งไต่สวนความผิดอาญาแล้ว 388 สำนวน คาดรู้ตัวบุคคลร่วมรับผิดทางละเมิด 15 พ.ย.นี้
5 พ.ย.59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐท (ป.ป.ท.) และเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ว่า ภายหลังสำนักงาน ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีทุจริตรับจำนำข้าวครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 853 สำนวน โดยบอร์ดป.ป.ท.ได้ทยอยตั้งอนุกรรมกรรมการไต่สวนเป็นรายคดีแล้ว 388 สำนวน คาดว่าหลังจากนี้จะทยอยตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดจนครบทั้งหมด 853 สำนวน และเพื่อให้การไต่สวนเดินหน้าอย่างรวดเร็วบอร์ดป.ป.ท.จะพิจารณาตั้งอนุกรรมการขึ้นอีก 1 ชุด เพื่อให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาในการสอบสวน
ในส่วนของความคืบหน้าการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิด 80% ของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น นายประยงค์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสรุปข้อมูลเสนอต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศอตช. ภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้. เพื่อให้เห็นถึงขั้นตอนการทำงาน รายละเอียดในการทำงาน และบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนว่า ทำหน้าที่ครบถ้วนและถูกต้องตามที่ได้รับมอบหมายหรือไม่
นายประยงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบกาารทุจริตในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลังนั้น ล่าสุดป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังมันสำปะหลัง 5 แห่ง ใน จ.สุโขทัย พบว่าด้านล่างของโกดังเป็นกองดิน ส่วนมันสำปะหลังถูกจัดเก็บไว้บนกองดิน หลังจากนี้ป.ป.ท.จะเรียกเจ้าของโกดังและเจ้าหน้าที่คลังสินค้าเข้าให้ปากคำนั้นถึงรายละเอียดในการตรวจนับจำนวนมันสำปะหลัง ตลอดจนถึงการเก็บรักษามันสำปะหลังที่รัฐบาลรับซื้อหรือรับจำนำไว้ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีของศอตช. เข้าตรวจสอบความผิดปกติของโกดังมันสำปะหลังในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังขนาดใหญ่ของประเทศ.



