ข่าว

ไม่งอมืองอเท้า..โพสต์ขายข้าวได้วันละ 300กก.

ไม่งอมืองอเท้า..โพสต์ขายข้าวได้วันละ 300กก.

05 พ.ย. 2559

หนุ่มไม่งอมือ งอเท้า โพสต์ขายข้าวสารได้เฉลี่ยวันละ 300 กก. ไม่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียว

      ข้าวเปลือกประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือ กก.ละ 5–6 บาท ส่งผลกระทบชาวนาโดยตรง ทำให้นายอดิศร เจริญยิ่ง หรือ น้องเต้ย อายุ 19 ปี หนุ่มนักศึกษา ม.ราชภัฎบุรีรัมย์ ลูกชายของนายจรัส และนางโสภา เจริญยิ่ง ชาวนาบ้านขี้ตุ่น ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ม่รอพึ่งภาครัฐอย่างเดียวแต่เลือกช่วยเหลือครอบครัว โดยโพส์ตขายข้าวสารหอมมะลิผ่านเฟสบุ๊กตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า“ชาวนาขายข้าวสาร” ซึ่งได้รับการอุดหนุนจาก ห้างร้าน โรงแรม และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี เฉลี่ยขายได้วันละ 300 กิโลกรัม โดยขายราคา กก.ละ 25 บาท ต่ำกว่าท้องตลาดที่ขาย กก.ละ 32 บาท  

        นายอดิศรี หรือน้องเต้ย เล่าว่า โพส์ตขายข้าวสารผ่านเฟสบุ๊กเพราะสงสารพ่อกับแม่ ที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ตนเป็นลูกชาวนาก็อยากช่วยพ่อบแม่ หลังจากโพส์ตก็มีผู้สอบถามและสั่งซื้อต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าการโพส์ตขายผ่านออนไลน์ก็มีบางคนต่อว่าเรียกร้องความสนใจ แต่ก็ไม่โกรธแต่อยากวิงวอนให้เห็นใจความทุกข์ของชาวนาบ้าง เพราะรายได้จากการขายข้าวเพียงปีละครั้งเป็นความหวังของครอบครัว หากข้าวราคาตกต่ำก็จะโพส์ตขายข้าวสารช่วยพ่อแม่ต่อไป

ไม่งอมืองอเท้า..โพสต์ขายข้าวได้วันละ 300กก.

         ด้านนายจรัส เจริญยิ่ง พ่อของน้องเต้ย ระบุว่า ปีนี้ข้าวเปลือกมีราคาตกต่ำที่สุดอยากวิงวอนให้รัฐบาลเห็นใจพยุงราคาข้าวให้สูงกว่านี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่กำลังเดือดร้อนด้วย

          ส่วนกรณีที่ลูกชายนำข้าวสารไปขายที่มหาวิทยาลัย และโพส์ตขายผ่านเฟสนั้น ก็รู้สึกภูมิใจในลูกที่รู้จักช่วยเหลือพ่อแม่ ที่ผ่านมาน้องเต้ยก็เป็นเด็กขยัน พึ่งพาตัวเองตลอดไม่ว่าจะเรื่องเรียน 

         ด้านเจ้าของรีสอร์ทและผู้ประกอบการโรงแรม บอกตรงกันว่า รู้สึกสงสารและเห็นใจชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เมื่อเห็นน้องเต้ย โพส์ตขายข้าวในเฟสเลยตัดสินใจสั่งซื้อทันทีเพราะอยากช่วยเหลือชาวนาและจะสั่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังจะช่วยแชร์ผ่านโลกออนไลน์ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดช่วยกันอุดหนุนข้าวสารน้องเต้ย  และชาวนาในพื้นที่ด้วย พร้อมทั้งชื่นชมในความขยัน และความกตัญญูของน้องด้วย