พาณิชย์เกาะติดราคาข้าวระดมช่วยชาวนา
รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ จ.พิจิตร ติดตามสถานการณ์ราคาข้าว กำชับเจ้าหน้าที่เร่งโปรโมทตลาดนัดข้าวเปลือก ด้านเกษตรกรหวังภาครัฐหาทางช่วยเพิ่มรายได้
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือเกษตรกร ตามมาตรการของรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อต้องการตรวจสอบสถานการณ์ราคาข้าวและพบผู้นำเกษตรกรที่จังหวัดพิจิตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตข้าวขาวและข้าวหอมมะลิที่กำลังจะออกในปีการผลิต 2559/60
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามและรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และหาแนวทางการช่วยเหลือในด้านราคาข้าวเปลือก และด้านตลาด พร้อมกับชี้แจงมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรขายข้าวได้ในราคาดีขึ้น อีกทั้งยังเห็นช่องทางที่ต้องการสนับสนุนและส่งเสริมชาวนาจังหวัดพิจิตร ในการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะหาช่องทางการตลาด เช่น สนับสนุนขายเข้าไปในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นข้าวชนิดพิเศษและมีความต้องการ ตอลดจนแนวทางการสร้างให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค
“ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์เร่งประชาสัมพันธ์ในการเดินหน้าโครงการจัดทำตลาดนัดข้าวเปลือกให้เกษตรกรได้รับรู้ โดยพื้นที่จังหวัดพิจิตรจะมีการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก 3 ครั้ง ซึ่งชาวนาสามารถนำข้าวมาขายที่โครงการตลาดนัดข้าวเปลือกที่กระทรวงพาณิชย์จัดได้ และได้สั่งเจ้าหน้าที่ ให้เข้มงวดในเรื่องของการตรวจตราชั่งและวัดความชื้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวนาที่มาขายข้าว”นางอภิรดีกล่าว
ด้านนายสมนึก พินจันทร์ เกษตรกรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตนมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 30 ไร่ ส่วนต้นทุนการเพาะปลูกอยู่ที่ 4,150 บาทต่อได้ ขณะที่ราคาข้าวเปลือกที่มีการซื้อขายกันหน้าโรงสี ท่าข้าว ในขณะนี้อยู่ที่ 6,700 บาทต่อตัน ในความชื้นประมาณ 20 % และยังเป็นความชื้นในระดับที่สูงอยู่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ระดับความชื้นจะน้อยลง ราคาอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่คงไม่มากนัก โดยคาดว่าจะเพิ่มอีกไม่เกิน 1,000 บาทต่อตัน และคงไม่มากไปกว่านี้
ดังนั้น จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือทางด้านการตลาด และช่องทางการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เพื่อให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากเดิม ที่มีรายได้ประมาณ 230,000 บาทต่อ 30 ไร่ที่จากการขายข้าวออกมา แต่มองว่าราคาข้าวในปัจจุบันจะส่งผลให้มีรายได้ต่ำกว่านี้มาก หรือประมาณ 100,000 กว่าบาท ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายและค่าครองชีพในปัจจุบัน
นายณรงค์ แฉล้มวงศ์ ประธานชมรมเกษตรธรรมชาติอาหารปลอดภัย ตัวแทนชาวนาพิจิตที่เข้าหารือร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่หันมาปลูกข้าวอินทรีย์มากขึ้นเพราะขายได้ราคาสูงกว่าการปลูกข้างด้วยสารเคมี ซึ่งพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดพิจิตส่วนใหญ่ 70 % เกษตรกรทำนาเช่า และมีเพียง 30% มีที่นาทำกินเป็นของตัวเองทำให้ต้นการผลิตสูง ดังนั้น เมื่อข้าวราคาตกจึงทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนไม่มีเพียงพอที่จุนเจือครอบครัว จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการเสริมเข้ามาช่วยเหลือ นอกเหนือจากมาตรการจำนำยุ้งฉาง



