ข่าว

"บิ๊กตู่" ลั่นโลจิสติกส์ไม่เกิด ประเทศไม่พัฒนา

"บิ๊กตู่" ลั่นโลจิสติกส์ไม่เกิด ประเทศไม่พัฒนา

04 พ.ย. 2559

นายกฯ ประชุมตรวจงานคมนาคม เผย20โครงการสะดุด อีเอไอ คนในพื้นที่ร้องอยากได้แต่คนนอกต้าน ลั่นโลจิสติกส์ไม่เกิดประเทศไม่พัฒนา ไม่หลงใช้ ม.44 ไล่ที่ปชช.

 

          4 พ.ย.59 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เดินทางมาประชุมร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

          จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ว่า โครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของกระทรวงคมนาคมบางอย่างก็เร่งรัดได้ แต่บางอย่างไม่สามารถเร่งรัดได้ ต้องเข้าใจว่าโดยเฉพาะโครงการรถไฟทางการไทยและจีนได้คุยกันตลอด ปัญหาอยู่ที่เราเองที่บางโครงการอีไอเอ ไม่ผ่าน มีการต่อต้านทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ แต่เส้นทางก่อสร้างชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ต้องดำเนินการแน่นอน ทั้งนี้ต้องเห็นผลเริ่มเดินหน้าในปี 2560 ซึ่งการมาประชุมครั้งนี้เพื่อมาดูเรื่องแผนการพัฒนาส่วนของเส้นทางคมนาคม ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งตอนนี้ได้รับการปรับไปตามแผนแล้ว โดยสอดคล้องกับงบประมาณ  

          นายกฯ กล่าวด้วยว่า แต่ขออย่าโทษกันไปมาเพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกจะเริ่มภายในปี 2560 แผนผังออกมาแล้ว ตั้งแต่ถนน เส้นทางรถไฟ ไปสู่ท่าอากาศยาน เป็นโครงข่ายทั้งหมด อะไรที่เดินได้ก็เดินเลย เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์ตอนนี้เป็นห่วงในเรื่องความไม่เข้าใจทั้งคนในและนอกพื้นที่ มันก็เดินไม่ได้ ทั้งหมดนี้รัฐบาลพร้อมทำทุกอย่าง แต่ต้องไม่เกิดปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณ ทั้งนี้หลายอย่างเราจะทำให้เร็วทันทีไม่ได้ จะต้องพัฒนาเป็นช่วงๆ ซึ่งตนเห็นว่าเส้นทางต่างๆ ถ้ากระทบส่วนน้อยแต่ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ก็น่าจะทำ ทำไมต้องให้เราไปบังคับ รัฐบาลมุ่งหวังให้ประชาชนทุกระดับได้จากสิ่งที่เราทำ เราเลือกทำให้เฉพาะกลุ่มไม่ได้ กฎหมายก็มีไว้อยู่ โดยการจะดำเนินการอะไรก็ตามต้องดูว่ารายได้มาจากไหน โดยดูรายได้ของประเทศ จึงมีการปรับรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ แต่ก็มีผลกระทบเยอะ ดังนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเราไม่ทำระบบโลจิสติกมันจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ทั้งเมืองใหม่ เมืองเก่าก็แออัด จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันคิด   

          ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาอีไอเอจะทำอย่างไรให้เกิดความราบเรียบ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย วิธีการพูดคุย รัฐบาลที่ผ่านมาก็ทำ ก็ยังไม่ผ่านเพราะมันมีการเคลื่อนไหวของคนนอกพื้นที่ พวกเอ็นจีโอซึ่งอาจหวังดี โครงการเดินหน้าไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกันจะทำอย่าง สื่อต้องไปช่วยบอกให้เขาร่วมมือ ส่วนกรณีการเจรจาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ยังไม่จบ เบื้องต้นได้ขยายเวลาไปอีก 30 วัน ยืนยันว่าต้องทำ ยืนยันว่าต้องทำขอย่ามองว่าเอื้อประโยชน์   

          “ผมติดตามงานของกระทรวงคมนาคมตลอด เพราะแต่ละเรื่องติดตามผ่านที่ประชุมครม. จึงรู้หมด และยอมรับว่ามีหลายโครงการเดินหน้าไม่ได้เพราะติดอีไอเอ ประชาชนไม่ยอมออกจากพื้นที่ที่จะก่อสร้างเส้นทาง เมื่อไม่ออกก็สร้างไม่ได้ หากประชาชนออกจากพื้นที่รัฐบาลก็หาที่อยู่ให้ การอยู่แบบผิดกฎหมายมีความสุขไหม สื่อต้องช่วยบอกประชาชนแบบนี้ ทั้งนี้รัฐบาลต้องการจัดระเบียบให้ดีขึ้น แต่อาจไม่มีใครชอบ เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบ ตอนนี้อย่างต่ำมีประมาณ 20 โครงการที่ไม่ผ่านอีไอเอ ที่ไม่ผ่านไม่ใช่รัฐผิด แต่อยู่ระหว่างการดำเนินการและยังมีบางโครงการที่จะผ่านในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ทันก็ยืดเวลาออกไปเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนเข้าใจ สื่อก็ต้องช่วยด้วย โดยหลายอย่างคนในพื้นที่เริ่มร้องเรียนว่าอยากได้แต่คนภายนอกไปต่อต้าน งานก็เลยเดินไม่ได้” นายกฯ กล่าว    

          เมื่อถามว่าประชาชนที่บุกรุกพื้นที่จะไม่ใช้มาตรา 44 ให้ออกจากพื้นที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ใช้วิธีการเจรจาขอร้อง แม้แต่คลองลาดพร้าว ตนไปไล่ประชาชนหรือเปล่า 2 ปีมาแล้วที่ใช้การขอร้องทำความเข้าใจ ตนจะไปใช้มาตรา 44 ไล่จับคนได้ไหม หากใช้กลับมาที่ตนคนเดียว ตนไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากสร้างความขัดแย้งกับประชาชน นั่นคือปัญหาที่ทำให้ติดกับดักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ ประชาชน ติดกับดักความคิดตัวเองหมด ฝากคิดถ้าโลจิสติกส์ไม่เกิด ขนส่งไม่เกิด โครงการทั้งหมดที่รัฐบาลทำไว้นับร้อย ไม่เกิดจะทำอย่างไร.