
เลือกเลี้ยงหมู ...วันนี้“สมพงษ์”เกษตรกรเงินล้าน!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กว่าที่ สมพงษ์ พุดเกิด จะได้เป้นเจ้าของฟาร์มสุกรเงินล้าน “สมพงษ์ฟาร์ม” วัย 60 ปี จากต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก ในวันนี้ เขาได้ลองผิดผิดลองถูกกับอาชีพเกษตร มาหลายอย่าง แต่ก่อนที่หันมาเลี้ยงหมูนั้น เขายึดอาชีพเลี้ยงปลา สร้างรายได้ปีละ 2.5 แสนบาท กระนั้นเขามองว่าอาชีพนี้ยังมีค่าใช้จ่ายสูง แถมบางช่วงราคาปลาตกต่ำก็ต้องจำใจขาย จึงเริ่มมองหางานเกษตรอื่นๆ ที่สามารถตอบโจทย์ด้านอาชีพมั่นคง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับราคาที่ผันผวน
หลังจากศึกษาอยู่หลายอาชีพและศึกษารายละเอียดจนเข้าใจเป็นอย่างดี ก็ตัดสินใจเลี้ยงหมูขุนในระบบคอนแทรคฟาร์มกับโครงการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรรายย่อย หรือโครงการฝากเลี้ยงกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เพราะตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้โดยเฉพาะไม่ต้องเดินหาตลาดเอง เพราะบริษัททำหน้าที่เป็นตลาดรองรับผลผลิต จึงไม่ต้องเสี่ยงว่าเลี้ยงหมูแล้วจะขายไม่ได้
สมพงษ์ เริ่มปรับพื้นที่ 10 ไร่ ที่ ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก สร้าง “สมพงษ์ฟาร์ม” เมื่อปี 2541 ด้วยสร้างโรงเรือนแบบเปิด 1 หลัง เลี้ยงหมูขุน 400 ตัว โดยเขารับผิดชอบค่าน้ำค่าไฟฟ้า และด้านแรงงาน ส่วนซีพีเอฟจะจัดหาพันธุ์หมู อาหาร วัคซีน และส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงจับหมูออก ทำให้การเริ่มต้นอาชีพเป็นไปได้ด้วยดีผลตอบแทนในรุ่นแรกก็ทำให้ยิ้มได้
“ขายชุดแรกผมมองเห็นถึงรายได้ที่ชัดเจน ผมคิดว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะทางซีพีเอฟ ได้ปรับปรุงสัญญาที่มีมาตรฐานอยู่ มีความโปร่งใสมีความเป็นธรรมตามแนวทางสากล มีการทำวิจัยและสำรวจ สอบถามความต้องการเกษตรกรก่อน หลังจากได้รับสัญญาใหม่และอ่านอย่างถี่ถ้วน พบว่าบริษัทเพิ่มการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในบทบาทพันธมิตรธุรกิจ ให้มีส่วนตัดสินใจในกรณีความเสี่ยง พร้อมระบุรายละเอียดการจ่ายผลตอบแทนที่มีสิ่งจูงใจเพิ่มเติมด้วย” สมพงษ์ กล่าว
เวลาผ่านไป เขาตัดสินใจขยายกิจการ ทำให้วันนี้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนกลายเป็นเกษตรกรที่ไม่มีหนี้สิน มีโรงเรือน 3 หลัง เลี้ยงหมูขุนรวม 1,450 ตัว โดยปรับปรุงโรงเรือนให้เป็นระบบปิดแบบอีแวป ทำให้แต่ละปีมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วตกปีละกว่า 1 ล้านบาท โดยเขายอมรับว่า ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นเกษตรกรเงินล้านอย่างวันนี้



