
เกษตรบนพื้นที่สูงของรัชกาลที่ 9
โดย - รศ.สมพร อิศวิลานนท์
การเป็นพ่อของแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล พระองค์ท่านคำนึงถึงแต่ประโยชน์สุขของพสกนิกรเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ทรงละทิ้งแม้แต่ชาวเขาซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นที่สูง
หากย้อนดูพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการให้ความช่วยเหลือชาวเขาหรือเกษตรกรบนพื้นที่สูงนั้น เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 47 ปีที่ผ่านมา หรือราวในปี 2512 เมื่อพระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่บ้านดอยปุย ใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และได้ทรงเห็นความทุกข์ยากต่อการดำรงชีวิต ขาดแคลนทั้งแหล่งการประกอบอาชีพและรายได้ ทำให้พระองค์ทรงเห็นถึงมนุษยธรรมที่จะต้องให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มผู้ทุกข์ยากเหล่านี้
พระองค์ท่านได้ทรงโปรดพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าถวาย จัดตั้ง “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” ซึ่งเป็นโครงการส่วนพระองค์ขึ้น เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือ ให้ชาวเขาได้ทำการเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะไม้ผลเมืองหนาวเพื่อเป็นรายใด้ และทดแทนการปลูกฝิ่นที่มีอยู่เดิม อันจะช่วยสนับสนุนให้ชาวเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีทีอยู่เป็นหลักแหล่ง นำไปสู่การสนับสนุนการรักษาป่า รักษาต้นน้ำลำธารให้ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อไป
โดยเรียกกันทั่วไปว่า “โครงการหลวง” มีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการในตำแหน่งผู้อำนายการ และมีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ มาร่วมสนับสนุน (ต่อมาในปี 2535 ได้มีพระราชดำริให้มีการจัดตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิโครงการหลวง)
โครงการหลวงได้นำความรู้ด้านการเกษตรมาเผยแพร่และส่งเสริมการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้สนับสนุนให้มีการนำผลงานวิจัยการปลูกพืชเขตหนาว เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลดีกับเกษตรกรและเป็นแหล่งสร้างรายได้ของครัวเรือน โดยในช่วงระยะเริ่มแรกได้ทรงพระราชทานพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวพันธุ์ดี ได้แก่ แอปเปิ้ล ท้อ พลับ เป็นต้น ให้ชาวเขาได้ทดลองปลูก ทดแทนพันธุ์พื้นเมืองที่ให้ผลผลิตและคุณภาพต่ำ เพื่อจะทำให้ผลิตแล้วขายได้ในราคาที่ดีกว่าเดิม
ปัจจุบันโครงการหลวงทำการส่งเสริมและพัฒนาในพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน และพะเยา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.71 ล้านไร่ มีประชากรที่ได้รับประโยชน์จำนวนแสนกว่าคน ผลผลิตที่สำคัญจากโครงการหลวง ประกอบด้วย ผักปลอดภัย สมุนไพร ถั่วและธัญพืช ผลไม้ เห็ด ดอกไม้เมืองหนาว ผลิตผลปศุสัตว์ ผลิตผลประมง ผลิตผลป่าไม้ ดอกไม้แห้ง ผลิตภัณฑ์จากแฝก ไม้กระถาง และผลิตภัณฑ์แปรรูปในชื่อการค้า โครงการหลวง เป็นต้น
ความสำเร็จของการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง นับเป็นแบบอย่างที่ดีในการสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรชาวเขา ผ่านการยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรและสร้างห่วงโซ่อุปทานของสินค้า เพราะช่วยให้เกษตรกรชาวเขาสามารถผลิตสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
นอกจากนี้ การพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงยังนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นแบบอย่างในการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของทางราชการไทยและรวมถึงการพัฒนาพื้นที่สูงในต่างประเทศ เช่นในประเทศภูฏาน และสปป.ลาว
พระราชกรณียกิจในการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของพระองค์ท่าน ได้นำมาซึ่งประโยชน์สุขของพสกนิกรผู้ทุกข์ยาก อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้



