
กทม.สั่งห้ามเล่นพลุ-โคมลอย วันลอยกระทง 14 พ.ย.
กทม.สั่งห้ามเล่นพลุ-โคมลอย วันลอยกระทง 14 พ.ย. กำชับสำรวจความปลอดภัยโป๊ะ-ท่าเรือ วอนใช้วัสดุธรรมชาติแทน แนะเล่นอยู่ในกรอบถวายความอาลัย
3 พ.ย.59-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกทม. ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการระดับสูง ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขตร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ใันวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. จะเป็นวันลอยกระทง ซึ่งกทม.ได้เปิดสวนสาธารณะจำนวน 30 แห่ง เพื่อกำหนดเวลาลอยกระทงถึง 24.00 น. แต่ในพื้นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนหลวง ร.9 จะไม่อนุญาตเข้าไปลอยกระทง ส่วนการจัดเก็บกระทงจะมีสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต ทำหน้าที่ ส่วนการรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บกระทงนั้นขอให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลให้สำนักสิ่งแวดล้อมเพื่อรวบรวมก่อนเวลา 06.00 น. ของในวันที่ 15 พ.ย. เพื่อเตรียมข้อมูลให้สื่อมวลชนรับทราบ ขณะเดียวกันสำนักสิ่งแวดล้อมยังรณรงค์ให้ใช้กระทงตามธรรมชาติ โดยปี 2558 สามารถจัดเก็บกระทงได้จำนวน 825,614 ใบ แต่ยังพบกระทงโฟมบริเวณริมแม่น้ำต่างๆ โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีมากกว่าค่าเฉลี่ยจากพื้นที่อื่น จึงขอความร่วมมือสำนักงานเขตให้ช่วยรณรงค์ให้ให้ใช้วัสดุตามธรรมชาติให้กับสถานประกอบการ โรงเรียน สถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในปีนี้จะมีการออกมาตราการ และจัดระเบียบเกี่ยวกับการลอยกระทง โดยขอให้เขตต่างๆข่วยประชาสัมพันธ์ ไม่ควรปล่อยโคมลอย เล่นประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ และให้ใช้กระทงที่ย่อยสลายง่าย อาทิ ใบตอง ขนมปัง ให้งดเว้นการใช้กระทงโฟม
ด้านนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ในพื้นที่ลำน้ำขอให้มีการสำรวจโป๊ะและท่าเรือว่าจุดใดใช้ได้และไม่ได้ ส่วนใดที่ไม่พร้อมขอไห้แก้ไข หรือจุดใดไม่พร้อมขอให้ช่วยแจ้งกับหน่วยงานอื่นด้วย เพื่อใ้ห้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน
ขณะที่นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า สำหรับการจัดระเบียบทางเท้าจะมีการดำเนินงานต่อไป จะปล่อยให้ผู้ค้ากลับมาในพื้นที่ที่จัดระเบียบไปแล้วไม่ได้ ขอให้มีการตรึงกำลังไว้ในพื้นที่ ส่วนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการนำอาคารเป็นสถานบันเทิง เป็นที่พักเชิงพาณิยช์ จึงอยากให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่ไปตรวจอาคารเหล่านี้ว่ามีการดัดแปลงอาคารหรือไม่ ซึ่งคดีซานติก้าก็เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องนี้.



