
คุมเข้มรายย่อยสกัดขายสลากรวมชุด
สำนักงานสลากคุมเข้มผู้ค้ารายย่อย ชี้เป็นต้นตอปัญหาการรวมชุด-ขายเกินราคา เล็งเรียกทำสัญญารอบใหม่กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ขู่ผิดเงื่อนไขยกเลิกสัญญาทันที
พันโทหนุน ศันสนาคม กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา โดยในวันที่ 19 - 25 พฤศจิกายน 2559 สำนักงานจะเรียกผู้ค้าสลากรายย่อยเข้าเซ็นสัญญารอบใหม่ โดยปรับเงื่อนไขว่า ผู้ขายต้องไม่นำสลากของตนไปรวมชุดกับผู้อื่น หรือนำสลากของผู้อื่นมาขายร่วม หรือนำสลากของตนไปขายให้แก่ผู้อื่นเพื่อนำไปรวมชุด หรือแลกเปลี่ยนสลากกับผู้อื่น หากตวจพบว่ามีสลากของผู้ใดไปวางเพื่อเตรียมจำหน่ายที่จุดจำหน่ายของผู้อื่น ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นไม่ได้ขายสลากด้วยตนเองและถือว่าผิดสัญญา ก็จะยกเลิกสัญญาทันที
“ปัจจุบันสลาก 85% จากจำนวน 60 ล้านคุ่ฉบับ อยู่ในมือผู้ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้มีการรวมชุดสลากและขายเกินราคา ต้องพิจารณาหาแนวทางแก้ไข โดยปรับสัญญาให้มีความรัดกุมขึ้น จะแก้สัญญาให้สำนักงานมีอำนาจมากขึ้นในคู่สัญญา ซึ่งสัญญาใหม่จะเริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป หลังจากจากนั้นก็จะตรวจสอบตามแผงสลากต่างๆ และดูว่าเป็นสลากของใคร ทำผิดสัญญาหรือไม่ ถ้าผิดก็จะยกเลิกสัญญาทันที” พันโทหนุน กล่าว
ขณะที่มูลนิธิ องค์กร และสมาคม ซึ่งมีสลาก 15% ของทั้งหมด หากพบสลากที่ขายเกินราคาหรือสมาชิกไม่ได้ขายเอง ทางสำนักงานจะเตือน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 จะแจ้งไปยังมูลนิธิหรือสมาคม เพื่อตัดโควตาสลากของสมาชิกรายนั้น ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาคัดเลือกตัวแทนของมูลนิธิ หรือ สมาคม ในการทำสัญญารอบใหม่
ด้านพลตรีฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า สำนักงานจะปรับวันรับสลากล่วงหน้าให้ช้าไปอีก 5 วัน จากเดิมวันที่ 2 กับ 17 ของทุกเดือน เป็น 7 และ 22 ของเดือน จะทำให้มีเวลาจำหน่ายเพียง 9 วัน จากเดิม 15 วัน ทำให้การรวมสลากชุดทำได้ยากขึ้น เนื่องจากการขายสลากเกินราคาส่วนใหญ่มาจากผู้ค้าสลากรายย่อยในระบบการซื้อจองสลาก จึงต้องแก้ปัญหาในส่วนนี้ ซึ่งเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ค้าสลากตัวจริงทิ้งสลาก ประมาณ 10,000 ราย ซึ่งสำนักงานฯจะนำสลากจำนวนนี้มาใส่ในระบบซื้อต่อไป



