
พระอัจฉริยภาพการบริหารน้ำในงานชลประทานโลก
โดย-โต๊ะข่าวเกษตร
การประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 และการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศ ครั้งที่ 67 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 6-12 พ.ย. 59 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่นั้น นอกจากเป็นการจัดงานตามหัวข้อการประชุมที่กำหนดไว้คือ “การบริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก : บทบาทการชลประทานต่อความยั่งยืนด้านอาหาร” แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพด้านบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยบริเวณโซนที่ 1 ซึ่งเป็นโซนเฉลิมพระเกียรติ ได้มีการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจและโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทั้งจัดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมและประชาชน ได้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามเพื่อแสดงความอาลัย
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการดังกล่าว ได้น้อมนำพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่มีความตอนหนึ่งว่า “...เรื่องน้ำนี้ก็เป็นปัจจัยหลักของมวลมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แม้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งสัตว์ ทั้งพืชก็ต้องมีน้ำ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่าน้ำเป็นสื่อหรือเป็นปัจจัยสำคัญของการเป็นสิ่งมีชีวิต... ที่กล่าวถึงข้อนี้ก็จะได้ให้ทราบว่าทำไมการพัฒนาขั้นแรกหรือสิ่งแรกที่นึกถึงก็คือทำโครงการชลประทานแล้วก็โครงการสิ่งแวดล้อมทำให้น้ำดี สองอย่างนี้ อื่น ๆ ก็จะไปได้...” มาจัดแสดงไว้ร่วมกับนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะมีคำบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวม 13 เรื่องด้วยกันคือ
1.นิทรรศการฝนหลวงแก้ปัญหาแล้ง เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพที่สามารถกำหนดบังคับฝนให้ตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายได้สำเร็จ
2.นิทรรศการป่าต้นน้ำ/ระบบป่าเปียก เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาป่าไม้โดยใช้การชลประทานเข้ามาช่วยในการสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้
3.นิทรรศการฝายต้นน้ำลำธาร หรือ Check dam เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการอนุรักษ์ดินและน้ำ
4.นิทรรศการหญ้าแฝก เป็นการแสดงพระอัจฉริยภาพในการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์
5.อ่างเก็บน้ำ/เขื่อน เป็นนิทรรศการที่แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเขื่อน จะเห็นได้จากโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย
6.นิทรรศการฝายทดน้ำ/อาคารบังคับน้ำ/ประตูระบายน้ำ เป็นการจัดแสดงพระอัจฉริยภาพในการใช้อาคารชลประทานบริหารจัดการน้ำ
7.นิทรรศการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) เป็นอีกหนึ่งพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้อ่างเก็บน้ำหลายอ่างเชื่อมเข้าหากัน โดยนำน้ำส่วนเกินจากอ่างหนึ่ง ผันไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำที่ขาดแคลนน้ำ
8.นิทรรศการทฤษฎีใหม่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการทำการเกษตรที่ยั่งยืน ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม
9.นิทรรศการแก้มลิง เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำโดยใช้แก้มลิง ในการชะลอน้ำหรือพื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วม
10.นิทรรศการระบบระบายน้ำ เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ด้วยการการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือขุดคลองลัด เชื่อมต่อกับแม่น้ำที่มีปัญหาน้ำท่วม
11.นิทรรศการระบบป้องกันน้ำเค็ม เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการป้องกันน้ำเค็ม โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม
12.นิทรรศการเครื่องกลเติมอากาศ เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ โดยเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา”
13.นิทรรศการการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางธรรมชาติ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย ขยะ ของพระองค์ท่านโดยใช้วิธีธรรมชาติ
นอกจากนี้ภายในบริเวณเดียวกันยังได้จัดทำแบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 ศูนย์ คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี มาแสดงอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมโดยเฉพาะระดับรัฐมนตรี ได้เห็นพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ อย่างเป็นรูปธรรม กรมชลประทานยังจะเปิดศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์การศึกษาฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพลิกผืนดินที่แห้งแล้งกว่า 8,500 ไร่ ให้เป็นผืนดินที่อุดมบูรณ์ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ แล้วนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผล ทั้งการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ การพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนการส่งเสริมการประกอบอาชีพต่างๆ ดังมีพระราชดำริว่า ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือน "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้
การประชุมชลประทานโลกและการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในระดับรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้บริหารจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการด้านน้ำและชลประทาน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวนประมาณ 1,200 คน จาก 45 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เข้าร่วมประชุมจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน เนปาล ซูดาน เอธิโอเปีย จีน อินโดนีเซีย ปากีสถาน กัมพูชา ลาว และไทย
สำหรับวัตถุประสงค์การจัดประชุมในครั้งนี้ นอกจากเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว ยังเพื่อแสวงหาแนวทางการบริหารจัดการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง น้ำ อาหาร พลังงานและระบบนิเวศ เพื่อกำหนดวิธีการรับมือที่เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีผลต่อปริมาณน้ำ ทั้งอุทกภัย และภัยแล้ง และเพื่อเป็นการใช้ระบบชลประทานและการระบายน้ำเพื่อลดความยากจน
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรในระดับรากหญ้า โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer ของไทยจำนวน 8 คน เข้าร่วมประชุมและร่วมพบปะหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ กับ Smart Farmers จาก 5 ประเทศ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาต่อยอดความรู้ ความสามารถ ความเข้มแข็ง ทักษะ ประสบการณ์ใหม่ๆ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ของเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรในอนาคตอย่างมั่นคง ยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลกตามนโยบายของรัฐบาล
การประชุมชลประทานโลกในครั้งนี้ แม้จะมีสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีด้านชลประทานและการระบายน้ำในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุดถือเป็นการประชุมที่สามารถรวมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญๆ จัดเป็นทำนิทรรศการได้ถึง 13 เรื่องราว และยังทำแบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 ศูนย์ มาจัดแสดงไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อประชาชนและผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้รับรู้และรับทราบถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ ตลอดร่วมจนแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย



