
ประชาชนสักการะพระบรมศพตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
ประชาชนเข้าสักการะ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ตามที่มีพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (2 พ.ย.) สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าก่อนจะเปลี่ยนให้ใช้ประตูมณีนพรัตน์ในเวลา 08.30 น. แทนเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าตามที่ได้แจ้งเมื่อวันก่อน
นางสุพร ยึดมั่น วัย 84 ปี เดินทางมาจาก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมกับหลานชาย นายสุรกิจ คล่องแคล่ว อายุ 47 ปี เล่าพร้อมน้ำตาว่า แม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะตั้งใจมากราบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย
"เพราะช่วงสะโพกมีปัญหาทำให้ไม่สามารถนั่งกับพื้นได้ อีกทั้งก็ทราบว่าไม่สามารถยืนกราบพระองค์ท่านได้ ตอนแรกก็หวั่นใจว่าจะได้เข้าถวายสักการะหรือไม่แต่ด้วยความตั้งใจอย่างไรก็ขอให้ได้มา เมื่อมาถึงปรากฎว่ามีรถเข็นให้บริการรู้สึกดีใจมากที่ความตั้งใจสำเร็จ แม้จะมีเวลาเพียงแป๊บเดียวแต่ตนเองก็ตั้งจิตอธิฐานบอกกับพระองค์ว่าขึ้นสวรรค์ไปอยู่กับสมเด็จย่าและสมเด็จพระพี่นาง"
นอกจากนี้ นางสุพร ยังเล่าอีกว่า เมื่อครั้งที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สวรรคต และ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ตนเองก็มาร่วมถวายสักการะ อีกทั้งยังมีโอกาสได้กราบพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขณะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมทั้งสองครั้ง บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วย ดังนั้นในครั้งนี้จึงตั้งใจมากรอบพระองค์ท่าน เพราะคิดว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของตัวเอง



