
โชว์พระอัจฉริยภาพด้านน้ำ ให้รัฐมนตรีทั่วโลกได้ชม
โดย - ดลมนัส กาเจ
การประชุม “ชลประทานโลกครั้งที่ 2” และการประชุม“มนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศในครั้งที่ 67” ปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพที่จะจัดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2559 ณ ซึ่งทางกรมชลประทาน จะใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ต้อนรับและดูงานของผู้เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรี
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” บอกว่า มีการเชิญมีรัฐมนตรีจากประเทศต่างๆ 23 ประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางประเทศ จีน อียิปต์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย แอฟริกาใต้ ซูดาน ยูเครน อุซเบกิสถาน ซิมบับเว ตอบรับเรียบร้อยแล้ว
การที่กรมชลประทาน ใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด ม่ เป็นสถานที่ต้อนรับและดูงานของผู้เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีนั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พลิกผืนดินที่แห้งแล้งกว่า 8,500 ไร่ให้เป็นผืนดินที่อุดมบูรณ์
ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์การศึกษาที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆ แล้วนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผล ทั้งการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ การพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนการส่งเสริมการประกอบอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพด้านการเกษตร การประมง ปศุสัตว์ รวมทั้งด้านการเกษตรอุตสาหกรรม ดังมีพระราชดำริว่า ให้ศูนย์ศึกษาการ พัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” หรืออีกนัยหนึ่งเป็น “สรุปผลของการพัฒนา” ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้
นอกจากนี้ ภายในสถานีที่จัดการประชุม ยังจะมีการจัดนิทรรศการนำเสนอแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำชลประทานตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้เยี่ยมชม และรับทำให้ได้รับทราบถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559 นี้
เนื่องเพราะรัฐบาลได้ให้ความสำคัญของการจัดประชุมครั้งนี้มาก เพราะจะทำให้ทั่วโลกได้รับทราบความก้าวหน้าของการชลประทานของไทย และมีผลทางอ้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประทศอีกด้วยขณะนี้มีรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง เอกอัครราชทูต ผู้บริหารจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการด้านน้ำและชลประทาน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว 60 ประเทศ จำนวนกว่า 1,200 คน
ก็น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระอัจฉริยภาพและมีพระวิสัยทัศน์อันยาวไกล ในการพัฒนาภาคการเกษตร อย่างทะลุถึงในทุกมิติ จนทำให้พสกนิกร มีชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ
ที่สำคัญการประชุมครั้งนี้ จะทำให้ทั่วโลกได้ประจักษ์แก่สายตา ถึงพระปรีชาสามารถของของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยตัวเองครับ!



