
อัดไทยเข้มแข็งก้อนแรก28ส.ค."กรณ์" จี้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุน-คลังปรับแผนก่อหนี้
คลังปรับแผนก่อหนี้สาธารณะ รับเศรษฐกิจฟื้นเร็วกว่าคาด ลดหนี้ปีนี้เหลือ 1.13 ล้านล้าน เล็งกดปุ่มเงินไทยเข้มแข็งก้อนแรก 28 สิงหาคมนี้ จี้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนทั้งโครงการปกติและไทยเข้มแข็งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า หลังจากประเมินภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นในการใช้เงินใหม่อีกครั้ง ที่ประชุมจึงได้พิจารณาทบทวนแผนบริหารหนี้สาธารณะใหม่ โดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ประเมินว่าตัวเลขหนี้สูงสุดต่อจีดีพีในปี 2557 จะอยู่ที่ 57% ลดลงจากเดิมที่ประเมินไว้ในระดับ 61% ภายใต้สมมติฐานว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวปลายปีนี้และขยายตัวเป็นบวกในปี 2553 ในระดับ 2.5% ต่อเนื่องถึงปี 2557 อยู่ที่ระดับ 4.5-5%
ส่วนแผนการก่อหนี้ปีงบ 2552 ที่จะสิ้นสุดเดือนกันยายนนี้ ตัวเลขปรับลดลงจากเดิม 1.3 ล้านล้านบาทเหลือ 1.13 ล้านล้านบาท โดยเป็นการกู้เงินใหม่ 7.7 แสนล้านบาท เนื่องจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจล่าช้า ขณะที่ปีงบ 2553 กำหนดแผนก่อหนี้ไว้ที่ 1.6 ล้านล้านบาท เป็นการกู้เงินใหม่ 8 แสนกว่าล้านบาท รวมการกู้งินตามพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท และการกู้เงินจากต่างประเทศเผื่อไว้แล้ว แต่จะพิจารณาตามความจำเป็นในการใช้เงิน
นายกรณ์กล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังจะนำรายละเอียดของโครงการใช้เงินเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ จากนั้นวันที่ 28 สิงหาคม จะเปิดตัวโครงการไทยเข้มแข็งและเริ่มกดปุ่มโอนเงินลอตแรกเข้าบัญชีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า นายกรณ์เรียกผู้แทนกระทรวงการคลังที่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจมารับนโยบาย โดยได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจเร่งโครงการลงทุนที่มีประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปี และโครงการไทยเข้มแข็งระยะ 3 ปี อีก 5 แสนล้านบาทให้เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากหากรัฐวิสาหกิจอัดฉีดงบลงทุนเข้าระบบได้ก็จะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจด้วย
“รมว.คลังฝากให้รัฐวิสาหกิจช่วยเร่งรัดการใช้งบลงทุน โดยคาดว่าการเบิกจ่ายทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 85% ซึ่งยังต่ำกว่าการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ จึงขอให้ผู้แทนในรัฐวิสาหกิจไปพิจารณาปัญหาของแต่ละแห่งเพื่อปรับให้สอดคล้องกับนโยบาย“ นายอารีพงศ์กล่าว



